เล่มที่ 38
ส่วนที่ 83
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 83 อ้างอิง: Book 38, Section 83 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็คำที่เรากล่าวว่า ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ ดังนี้ เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่ายโดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้นโดยชอบ มีปกติเห็นที่สุด โดยชอบ บรรลุ ผลประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๑๐ อย่าง ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ใน ปัจจุบัน ในธรรม ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ ในอกุศลกรรมบถ ๑๐ ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อหน่ายโดยชอบ คลายกำหนัดโดยชอบ หลุดพ้น โดยชอบ มีปกติเห็นที่สุดโดยชอบ บรรลุประโยชน์โดยชอบ ในธรรม ๑๐ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในปัจจุบัน คำที่เรากล่าวว่า ปัญหา ๑๐ อุเทศ ๑๐ ไวยากรณ์ ๑๐ ดังนี้ เราอาศัยข้อนี้กล่าวว่า. ปฐมมหาปัญหาสูตรที่ ๗ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อภิชานาถ ได้แก่ รู้ยิ่ง ทำให้ประจักษ์อยู่. บทว่า อภิญฺาย แปลว่า รู้ยิ่ง. บทว่า อิธ แปลว่า ในธรรมเทศนาหรืออนุสาสนีนี้. บทว่า ธมฺมเทสนาย วา ธมฺมเทสนํ ความว่า พวกเดียรถีย์กล่าวว่า พวกท่าน ปรารถนาธรรมเทศนาของเรากับพระธรรมเทศนาของพระสมณโคดม หรือ พระธรรมเทศนาของพระสมณโคดมกับธรรมเทศนาของเรา แล้วกล่าวว่า ต่างกัน ก็ต่างกันอย่างไรเล่า. แม้ในบทที่ ๒ ก็นัยนี้เหมือนกัน . ดังนั้น พวกเดียรถีย์เหล่านั้นจึงตั้งลัทธิของตนเทียบกับพระศาสนาว่ามีธุระเสมอกัน เพียงด้วยคำพูด เหมือนตั้งแท่งทองที่กลวงไว้ฉะนั้น. บทว่า เนว อภินนฺทึสุ ได้แก่ ไม่รับรองว่าข้อนั้นเป็นอย่างนั้น. บทว่า น ปฏิกฺโกสึสุ ได้แก่ ไม่ปฏิเสธว่า ข้อนี้ไม่เป็นอย่างนั้น. เพราะเหตุไร. ได้ยินว่า พวกภิกษุ เหล่านั้น ไม่รับรอง ด้วยคิดว่า ขึ้นชื่อว่าพวกเดียรถีย์ เป็นพวกคนบอด รู้หรือไม่รู้. ก็พูดไป. บทว่า เนว สมฺปายิสฺสนฺติ ได้แก่ จักตอบไม่ได้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ