เล่มที่ 37

ส่วนที่ 614

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 614 อ้างอิง: Book 37, Section 614 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอรัมภาติยสังโยชน์ ๕ ประการ นี้แล ๕ ประการเป็นไฉน คือ สักกายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพต- ปรามาส ๑ กามฉันทะ ๑ พยาบาท ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอรัม ภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล. จบ โอรัมภาคิยสูตรที่ ๕ ๖. คติสูตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คติ ๕ ประการนี้ ๕ ประการ เป็นไฉน คือ นรก ๑ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ๑ เปรตวิสัย ๑ มนุษย์ ๑ เทวดา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คติ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละคติ ๕ ประการนี้แล. จบ คติสูตรที่ ๖ ๗. มัจฉริยสูตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มัจฉริยะ ๕ ประการเป็นไฉน คือ อาวาสมัจฉริยะ (ตระหนี่ที่อยู่) ๑ กุลมัจฉริยะ(ตระหนี่ตระกูล) ๑ ลาภมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ) ๑ วรรณมัจฉริยะ (ตระหนี่วรรณะ ) ๑ ธรรมมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ) ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มัจฉริยะ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละมัจฉริยะ ๕ ประการนี้แล. จบ มัจฉริยสูตรที่ ๗ ๘. อุทธัมภาคิยสูตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ นี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ รูปราคะ ๑ อรูปราคะ ๑ มานะ ๑ อุทธัจจะ ๑ อวิชชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการนี้แล. จบ อุทธัมภาคิยสูตรที่ ๘ ๙. เจโตขีลสูตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตะปูตรึงใจ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเคลือบแคลงสังสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระศาสดา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระศาสดา จิตของภิกษุนั้นย่อมไม่น้อมไปเพื่อ ความเพียร เพื่อความประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม จิตของภิกษุไม่น้อมไปเพื่อความเพียร เพื่อความประกอบ เพื่อ ความสืบต่อ เพื่อความพยายาม นี้เป็นตะปูตรึงใจประการที่ ๑. อีกประการหนึ่ง ภิกษุเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระธรรม ฯลฯ นี้เป็นตะปูตรึงใจประการที่ ๒ ฯลฯ ในพระสงฆ์ ฯลฯ นี้เป็นตะปูตรึงใจประการที่ ๓ ในสิกขา ฯลฯ เป็นเป็นตะปูตรึงในประการที่ ๔. อีกประการหนึ่ง ภิกษุโกรธ ไม่พอใจ มีจิตขัดเคือง ผูกใจ เจ็บ ในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุโกรธ ไม่พอใจ มีจิตขัดเคือง ผูกใจเจ็บในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย จิตของภิกษุนั้น ย่อมไม่น้อมไปเพื่อความเพียร เพื่อความประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม จิตของภิกษุไม่น้อมไปเพื่อ ความเพียร เพื่อประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม นี้เป็นตะปูตรึงใจประการที่ ๕ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละตะปูตรึงใจ ๕ ประการนี้. จบ เจโตขีลสูตรที่ ๙ ๑๐. วินิพันธสูตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกจิต ๕ ประการ นี้ ๕ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจากความพอใจ ยังไม่ ปราศจากความรัก ยังไม่ปราศจากความกระหาย ไม่ปราศจาก ความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากตัณหา ในการทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุใด ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ปราศจาก ความพอใจ ยังไม่ปราศจากความรัก ยังไม่ปราศจากความกระหาย อังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจากตัณหา ในกาม ทั้งหลาย จิตของภิกษุนั้นย่อมไม่น้อมไปเพื่อความเพียร เพื่อความ ประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม จิตของภิกษุย่อม ไม่น้อมไปเพื่อความเพียร เพื่อความประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม นี้เป็นธรรมเครื่องผูกจิตประการที่ ๑. อีกประการหนึ่ง ภิกษุยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยัง ไม่ปราศจากความพอใจ ยังไม่ปราศจากความรัก ยังไม่ปราศจาก ความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจาก ตัณหาในการ... นี้เป็นธรรมเครื่องผูกจิตประการที่ ๒. อีกประการหนึ่ง ภิกษุยังไม่ปราศจากความกำหนัด ยังไม่ ปราศจากความพอใจ ยังไม่ปราศจากความรัก ยังไม่ปราศจาก ความกระหาย ยังไม่ปราศจากความเร่าร้อน ยังไม่ปราศจาก ตัณหาในรูป... นี้เป็นธรรมเครื่องผูกมัดจิตประการที่ ๓. อีกประการหนึ่ง ภิกษุฉันอาหารเต็มท้องพอแก่ความต้อง การแล้ว ประกอบความสุขในการนอน ในการเอน ในการหลับ อยู่... นี้เป็นธรรมเครื่องผูกมัดจิตประการที่ ๔. อีกประการหนึ่ง ภิกษุประพฤติพรหมจรรย์ด้วยตั้งความ ปรารถนาเป็นเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งว่า ด้วยศีล วัตร ตบะ หรือ พรหมจรรย์นี้ เราจักเป็นเทพเจ้าหรือเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดประพฤติพรหมจรรย์ ด้วยตั้งความปรารถนา เป็นเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งว่า ด้วยศีล วัตร ตบะ หรือ พรหมจรรย์นี้ เราจักเป็นเทพเจ้าหรือเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง จิต ของภิกษุนั้นย่อมไม่น้อมไปเพื่อความเพียร เพื่อความประกอบ เพื่อความสืบต่อ เพื่อความพยายาม นี้เป็นธรรมเครื่องผูกมัดจิต ประการที่ ๕ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อละธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็น กายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสีย ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัส ในโลกเสีย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. จบ วินิพันธสูตรที่ ๑๐ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สิกขาสูตร ๒. นิวรณสูตร ๓. กามคุณสูตร ๔. อุปา- ทานขันธสูตร ๕. โอรัมภาคิยสูตร ๖. คติสูตร ๗. มัจฉริยสูตร ๘. อุทธัมภาคิยสูตร ๙. เจโตขีลสูตร ๑๐. วินิพันธสูตร. จบ สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ สัมมัปปธานวรรคที่ ๓ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ปาณาติบาต ฯลฯ สุราเมรย- มัชชปมาทัฏฐาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสัมมัปธาน ๔ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิขาทุรพล ๕ ประการนี้แล สัมมัปปธาน ๔ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมปลูกฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้ เพื่อไม่ให้ธรรม อันเป็นบาปอกุศลที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น ๑... เพื่อละธรรมอันเป็น บาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ๑... เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด ขึ้น ๑... เพื่อความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน เพื่อความเจริญยิ่ง เพื่อ ความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์แห่งกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสัม- มัปปธาน ๔ นี้ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ฯลฯ ในกามทั้งหลาย ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสัมมัปปธาน ๔ เพื่อละธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล สัมมัปปธาน ๔ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมปลูก ฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้ เพื่อไม่ให้ ธรรมอันเป็นบาปอกุศลที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น ๑... เพื่อละธรรม อันเป็นบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ๑... เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น ๑... เพื่อความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน เพื่อความเจริญยิ่ง เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์ แห่งกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสัม- มัปปธาน ๔ นี้ เพื่อละธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. จบ สัมมัปปธานวรรคที่ ๓ อิทธิปาทวรรคที่ ๔ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ปาณาติบาต ฯลฯ สุราเมรย- มัชชปทัฏฐาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญอิทธิบาท ๔ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล อิทธิบาท ๔ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ อิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร ๑ วิริย- สมาธิและปธานสังขาร ๑ จิตตสมาธิและปธานสังขาร ๑ วิมังสา สมาธิและปธานสังขาร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึง เจริญอิทธิบาท ๔ นี้ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการ นี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ ยังไม่ปราศจากความกำหนัด...ในการทั้งหลาย ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญอิทธิบาท ๔ เพื่อละธรรมเครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล อิทธิบาท ๔ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญอิทธิบาทอันประกอบ ด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร วิริยสมาธิและปธานสังขาร จิตตสมาธิและปธานสังขาร วิมังสาสมาธิและปธานสังขาร ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญอิทธิบาท ๔ นี้ เพื่อละธรรม เครื่องผูกมัดจิต ๕ ประการนี้แล. จบ อิทธิปาทวรรคที่ ๔ วรรคที่ ๕ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ๙ ประการเป็นไฉน คือ อสุภสัยญา ๑ มรณสัญญา ๑ อาหารปฏิกูลสัญญา ๑ สัพพโลเกอนภิรตสัญญา ๑ อนิจจสัญญา ๑ อนิจเจทุกขสัญญา ๑ ทุกขอนัตตสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย พึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ๙ ประการเป็นไฉน คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตถฌาน ๑ อากาสานัญจายตนฌาน ๑ วิญญาณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญายตนฌาน ๑ เนวสัญญา- นาสัญญายตนฌาน ๑ สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการ เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อความ สิ้นไป เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อความดับ เพื่อสละ เพื่อสลัดคืนซึ่งราคะ เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อความสิ้น เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อดับ เพื่อสละ เพื่อสลัดสิ้น ซึ่งโทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นมีใจชื่นชมยินดีภาษิตของผู้มีพระภาคเจ้า ฉะนี้แล. จบ วรรคที่ ๕ จบนวกนิบาต


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ