เล่มที่ 37
ส่วนที่ 547
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 547 อ้างอิง: Book 37, Section 547 ประเภท: section
เนื้อหา
ปฐมสิลายูปสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ยโต แปลว่า ในกาลใด. บทว่า สปริจิตํ โหติ ได้แก่ อบรมดีแล้วคือ เจริญดีแล้ว. บทว่า กลฺลํ วจนาย ได้แก่ควรเพื่อ จะกล่าว. บทว่า วีตราคํ ได้แก่ปราศจากราคะ. บทว่า อสคาคธมฺนํ ได้แก่หมดสภาพที่จะให้ยินดีด้วยราคะ. บทว่า อนาวตฺติธมฺมํ ได้แก่หมดสภาพที่จะกลับมา คือไม่ควรเกิดต่อไป อธิบายว่า มี สภาพดับสนิท โดยไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไปนั่นเอง. ในสูตรนี้ท่าน กล่าวถึงพระขีณาสพเท่านั้น. สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรแหละท่านพระจันทิกาบุตร อยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน ใกล้พระนครราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล ท่านพระจันทิกาบุตรกล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อน อาวุโสทั้งหลาย พระเทวทัตย่อมแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุอบรมจิตให้ดี ด้วยจิต ในกาลนั้น ควรพยากรณ์ภิกษุนั้นว่า ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้น แล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อ ความเป็นอย่างนี้มิได้มี. เมื่อท่านพระจันทิกาบุตรกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตร ได้กล่าวกะท่านพระจันทิกาบุตรว่า ดูก่อนอาวุโสจันทิกาบุตร พระเทวทัตมิได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อน อาวุโสทั้งหลาย ในกาลใด ภิกษุอบรมจิตให้ด้วยจิต ในกาลนั้น ควรพยากรณ์ภิกษุนั้นว่า ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี ดูก่อนอาวุโสจันทิกาบุตร แต่พระเทวทัตแสดงธรรมแก่ ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุ อบรมจิตให้ดีด้วยจิต ในกาลนั้นควรพยากรณ์ภิกษุนั้นว่า ย่อมรู้ชัด ว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ