เล่มที่ 37

ส่วนที่ 475

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 475 อ้างอิง: Book 37, Section 475 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานาย เนื้อความพึงอธิบาย ให้แจ่มแจ้ง ด้วยการเปรียบเทียบกับคนผู้เกี่ยวข้าวสาลีดังต่อไปนี้ ได้ยินว่า บุรุษคนหนึ่งถือเคียวแล้วเกี่ยวข้าวสาลีทั้งหลาย ในนา ข้าวสาลีตั้งแต่ปลาย. ต่อมา โคทั้งหลายทำลายรั้วนาข้าสาลีนั้น แล้วเข้าไป เขาวางเคียวถือไม้ไล่โคทั้งหลายออกไปตามทางนั้นแล ทำรั้วให้เป็นปกติแล้ว จึงถือเคียวเกี่ยวข้าวสาลีอีก. ในข้อเปรียบ เทียบนั้น พึงเห็นพระพุทธศาสนา เปรียบเหมือนนาข้าวสาลี พระโย- คาวจรเปรียบเหมือนคนผู้เกี่ยวข้าวสาลี ปัญญาเปรียบเหมือนเคียว เวลาทำวิปัสสนาเปรียบเหมือนเวลาเกี่ยว อสุภกัมมัฏฐานเปรียบ เหมือนไม้ ความสำรวมระวังเปรียบเหมือนรั้ว ความเลินเล่อยัง ไม่ทันพิจารณาราคะเกิดขึ้นฉับพลัน เปรียบเหมือนโคทั้งหลาย ทำลายรั้วแล้วเข้าไป เวลาที่ข่มราคะไว้ได้ด้วยอสุภกัมมัฏฐานแล้ว เริ่มทำวปัสสนาอีก เปรียบเหมือนการวางเคียวถือไม้ไล่โค ออกไป ตามทางที่เข้ามานั้นแล ทำรั้วให้กลับเป็นปกติแล้ว จึงเกี่ยวข้าว สาลีอีก. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงเนื้อความนี้ จึงตรัสว่า อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานาย ดังนี้ ในบทเหล่านั้น บทว่า ราคสฺส ได้แก่ ราคะประกอบด้วยเบญจกามคุณ. เมตตากัมมัฏฐาน ชื่อว่าเมตตา. บทว่า พฺยาปาทสฺส ปหานาย ได้แก่ เพื่อละความโกรธที่เกิดขึ้นโดยนัยที่กล่าวแล้ว. บทว่า อานาปานสติ ได้แก่ อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจ เข้าออก) มีอารมณ์ ๑๖. บทว่า วิตกฺกูปจฺเฉทาย ได้แก่ เพื่อเข้าไป ตัดวิตกทั้งหลายที่เกิดขึ้นโดยนัยที่กล่าวนั้น. บทว่า อสฺมิมาน- สมุคฺฆาตาย ได้แก่ เพื่อถอนมานะ ๙ อย่างที่เกิดขึ้นว่า เรา ดังนี้. บทว่า อนตฺตสฺญฺา สณฺ€าติ ได้แก่ เมื่อบุคคลเห็นอนิจจลักขณะแล้ว อนัตตลักขณะก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน. ด้วยว่า ในลักขณะสาม เหล่านั้น เมื่อเห็นลักขณะหนึ่งแล้ว สองสักขณะนอกนี้ก็ได้เห็นแล้ว เหมือนกัน ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า อนิจฺจสญฺิโน ภิกฺขเว อนตฺตสญฺา สณฺ€าติ ดังนี้. บทว่า ทิฏฺเ€ว ธมฺเม นิพฺพานํ ความว่า ผู้ที่ได้อนัตตสัญญา ย่อมถึงการดับสนิทโดยไม่มีปัจจัย ในปัจจุบันทีเดียว. ในสูตรนี้ท่านกล่าวไว้ ทั้งวัฏฏะและวิวัฏฏะ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ