เล่มที่ 37

ส่วนที่ 413

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 413 อ้างอิง: Book 37, Section 413 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็ด้วยบทว่า ชานานิ ปสฺสานิ นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึง ความผูกใจของภิกษุ ก็แหละความผูกใจนั้นแล ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ ออกจากสมบัติ ไม่ใช่มีในภายในสมาบัติ. บทว่า เอวสญฺี โหติ ความว่า เป็นผู้มีความสำคัญอย่างนี้ ด้วยอาโภคสัญญาบ้าง ด้วย ฌานสัญญาบ้าง. เพราะอภิภวนสัญญา สัญญาในการครอบงำ ย่อมมีแก่เธอแม้ในภายในสมาบัติ แต่อาโภคสัญญา สัญญาในการ ผูกใจ ย่อมมีแก่เธอผู้ออกจากสมาบัติเท่านั้น. อปฺปมาณานิ ได้แก่ ขยายขนาดออกไปไม่จำกัด อธิบายว่า ใหญ่. ก็ในคำว่า อภิภุยฺย นี้มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้:- บุคคลกินจุได้ อาหารเพิ่มขึ้นอย่างหนึ่ง จึงกล่าวว่า แม้สิ่งอื่น ๆ ก็เอามาเถิด ๆ นั่นจักทำอะไรแก่เราได้ ไม่เห็นอาหารนั้นเป็นของมาก ฉันใด บุคคลผู้มีญาณสูง มีญาณแก่กล้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ครอบงำรูป เหล่านั้นด้วยคิดว่า ประโยชน์อะไรที่เราจะพึงเข้าสมาบัติในอารมณ์ นี้ นี้ไม่เป็นประมาณ. ในการทำจิตให้เป็นเอกัคคตา ไม่หนักใจแก่ เราเลย ดังนี้แล้ว จึงเข้าสมาบัติ อธิบายว่า ทำจิตให้ถึงอัปปนาใน อารมณ์นี้ พร้อมกับทำนิมิตให้เกิดขึ้นนั่นแหละ. บทว่า อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺี ความว่า เว้นจากบริกรรมสัญญาในรูปภายใน เพราะ ไม่ได้รูปหรือเพราะไม่ต้องการรูป บทว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปฺสฺสติ ความว่า บริกรรมก็ดี นิมิทก็ดี ของผู้ได้เกิดในภายนอก ผู้นั้นมีความกำหนดอรูปภายใน ด้วยอำนาจบริกรรม และอัปปนาในภายนอกอย่างนี้ ตรัสเรียกว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ผู้หนึ่ง ย่อมเห็นรูปภายนอก. คำที่เหลือ ในพระสูตรนี้ มีนัยดังกล่าวแล้วในอภิภายตนะที่ ๔ นั่นแหละ. ก็ในอารมณ์ทั้ง ๔ นี้ ปริตตารมณ์ มาแล้วด้วยอำนาจวิตกจริต อัปปมาณารมณ์ มาแล้วด้วยอำนาจโมหจริต อารมณ์ที่มีพรรณะดี มาแล้วด้วยอำนาจโทสจริต อารมณ์ที่มีพรรณะทรามมาแล้วด้วย อำนาจราคจริต. เพราะอารมณ์เหล่านี้ เป็นสัปปายะของจริต เหล่านั้น. ก็ความที่อารมณ์เหล่านั้นเป็นสัปปายะนั้น ได้กล่าวแล้ว ในตริยนิเทศในคัมภีร์วิสุทธิมรรค.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ