เล่มที่ 37

ส่วนที่ 342

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 342 อ้างอิง: Book 37, Section 342 ประเภท: section


เนื้อหา

สัปบุรุษผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือน เป็นผู้ ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน บำเพ็ญตน เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก ในชั้นต้นระลึก ถึงอุปการะที่ท่านทำไว้ก่อน ย่อมบูชามารดา บิดาโดยชอบธรรม สัปบุรุษผู้มีศรัทธาตั้งมั่น แล้ว มีศีลเป็นที่รัก ทราบธรรมเล้ว ย่อมบูชา บรรพชิตไม่ครองเรือน ไม่มีบาปประพฤติ พรหมจรรย์ สัปบุรุษนั้นเป็นผู้เกื้อกูลต่อพระ- ราชา ต่อเทวดา ต่อญาติและสหายทั้งหลาย ตั้งมั่นแล้วในสัทธรรม เป็นผู้เกื้อกูลแก่คนทั้งปวง สัปบุรุษนั้น กำจัดมลทินคือความตระหนี่ได้แล้ว ย่อมประสบโลกอันเกษม. สัปปุริสสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อตฺถาย ได้แก่ เพื่อต้องการประโยชน์. บทว่า หิตา สุขาย ได้แก่ เพื่อต้องการเกื้อกูล เพื่อต้องการสุข. บทว่า ปุพฺพเปตานํ ได้แก่ พวกญาติผู้ไปสู่ปรโลก. ในพระสูตรนี้ เมื่อพระพุทธเจ้ายัง ไม่อุบัติ ย่อมได้แก่พระเจ้าจักรพรรดิ์ พระโพธิสัตว์ พระปัจเจก- พุทธเจ้า ในครั้งพุทธกาล ย่อมได้แก่พระพุทธเจ้า และสาวกของ พระพุทธเจ้า. ก็ท่านเหล่านั้น ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่ญาติเหล่านั้นตามที่กล่าวแล้ว. บทว่า พหนุนํ วต อตฺถาย สปฺปฺ ฆรมาวสํ ได้แก่ บุคคลผู้มีปัญญา เมื่ออยู่ครองเรือน ย่อมอยู่เพื่อประโยชน์แก่ชนหมู่มากเท่านั้น. บทว่า ปุพฺเพ แปลว่า ก่อนทีเดียว. บทว่า ปุพฺเพกตมนุสฺสรํ ได้แก่ เมื่อหวลระลึกถึง อุปการคุณที่กระทำไว้ก่อนของบิดามารดา. บทว่า สหธมฺเมน ความว่า บูชาด้วยการบูชาด้วยปัจจัยพร้อมทั้งเหตุ. บทว่า อปาเป พฺรหฺมจาริโน ความว่า นอบน้อม คือถึงความประพฤติอ่อนน้อม แก่ท่านเหล่านั้น. บทว่า เปสโล แปลว่า ผู้มีศีลเป็นที่รัก.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ