เล่มที่ 37
ส่วนที่ 167
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 167 อ้างอิง: Book 37, Section 167 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็ในพระบาลีนี้ว่า กุกฺกุฏิยา อณฺฑานิ อฏฺวา ทสวา ทฺวาทส วา มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. แม่ไก่จะมีไข่ขาดหรือเกินโดยประการที่ตรัส ไว้แล้วก็จริง ถึงกระนั้น พระองค์ก็ตรัสคำนี้ไว้ ก็เพื่อให้ถ้อยคำ และสลวย. บทว่า ตานสฺสุ ตัดบทเป็น ตานิ อสฺสุ ความว่า ฟองไข่ เหล่านั้นพึงมี. บทว่า กุกฺกุฏิยา สมฺมา อธิสยิตานิ ความว่า เมื่อ นางไก่เป็นแม่นั้น เหยียดปีกนอนกกบนฟองไข่เหล่านั้น ชื่อว่ากก แล้วโดยชอบ. บทว่า สมฺมา ปริสพิตานิ ความว่าเมื่อแม่ไก่มีระดู ตามกำหนดเวลา เป็นอันชื่อว่าให้สุกแล้วโดยรอบด้วยดี อธิบายว่า กระทำให้อุ่นแล้ว. บทว่า สหมาปริภาวิตานิ ความว่า อบโดยรอบ ด้วยดีตามกำหนดเวลา อธิบายว่า ฟองไข่ได้รับไออุ่นของแม่ไก่. คำว่า กิญฺจาปิ ตสฺสา กุกฺกุฏิยา ความว่า เพราะแม่ไก่นั้น กระทำ ความไม่ประมาท โดยการกระทำกิริยา ๓ อย่างนี้ ไม่พึงเกิดความ ปรารถนา ต่างนั้นก็จริง. บทว่า อถโข ภพฺพาว เต ความว่า ที่แท้ ลูกไก่เหล่านั้นควรเจาะออกไปโดยสวัสดี โดยนัยที่กล่าวแล้ว ก็ เพราะเหตุที่ฟองไข่เพราะนั้นแม่ไก่นั้น ให้ความคุ้มครองด้วยอาการ ๓ อย่างนี้ จึงไม่เน่าเสีย ฟองไข่เหล่านั้นยังมียางสด ยางสดนั้น ยึดเกาะกะเปาะไข่ ก็บาง ปลายเล็บเท้าและปลายจะงอยปากเป็น ของแข็ง ลูกไก่ทั้งหลายย่อมขยับขยายได้เอง เพราะกะเปาะไข่เป็น ของบาง แสงสว่างภายนอก ย่อมปรากฏเข้าสงภายใน ฉะนั้น ลูกไก่ เหล่านั้น พากันคิดว่า พวกเรานอนงอมืองอเท้า อยู่ในที่แคบเป็น เวลานานหนอ ก็แสงสว่างนี้ย่อมปรากฏอยู่ข้างนอก บัดนี้ พวกเรา จักอยู่เป็นสุขในที่นี้ ดังนี้ประสงค์จะออกไป จึงทำลายกะเปาะไข่ ยื่นคอออกไป. แต่นั้น กะเปาะไข่ (เปลือกไข่) นั้น ก็แตกออกเป็น ๒ ซีก. ต่อนั้น ลูกไก่เหล่านั้น สลัดปีกพลางส่งเสียงร้องออกไป ตามสมควรแก่เวลานั้น และเมื่อออกไปได้ก็เที่ยวทำเขตบ้านให้ สวยงาม คำว่า เอวเมว โข นี้ ท่านกล่าวไว้เป็นคำอุปมา. คำนั้น พึงทราบได้ก็เพราะเทียบเคียงข้อความอย่างนี้. จริงอยู่การ กระทำอนุปัสสนา ๓ ว่า ปัญญจขันธ์ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น อนัตตา ในจิตตสันดานของตน ของภิกษุนี้ เปรียบเหมือนการ กระทำกิริยา มีการนอนกกฟองไข่เป็นต้น ของแม่ไก่นั้น การไม่ทำวิปัสสนาญาณให้เสื่อม ด้วยการทำวิปัสสนา ๓ ให้ถึง พร้อม ของภิกษุผู้ประกอบเนือง ๆ ซึ่งวิปัสสนา เปรียบเหมือน ความไม่เน่าเสียแห่งฟองไข่ ด้วยการกระทำกิริยา ๓ อย่าง ให้ถึง พร้อมของแม่ไก่. การยึดยางเหนียวคือความใคร่อันติดตามไป สู่ภพ ๓ ด้วยการทำอนุปัสสนา ๓ ให้ถึงพร้อมของภิกษุนั้น เปรียบ เหมือนยึดยางเหนียวสด แห่งฟองไข่ทั้งหลาย ด้วยการทำกิริยา ๓ ของแม่ไก่นั้น. ความว่าที่กะเปาะไข่คืออวิชชาเป็นของบาง เพราะ การทำอนุปัสสนา ๓ ให้ถึงพร้อมของภิกษุ เปรียบเหมือนความที่ กะเปาะฟองไข่เป็นของบาง ด้วยการกระทำกิริยา ของแม่ไก่ ความที่วิปัสสนาญาณ เป็นธรรมชาติกล้าแข็ง ผ่องใสและกล้าแข็ง เพราะการทำอนุปัสสนา ๓ ให้ถึงพร้อมของภิกษุ เปรียบเหมือน ความที่เล็บ จะงอยปากของลูกไก่ เป็นของแข็ง ด้วยการกระทำ กิริยา ๓ ของแม่ไก่ กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง กาลเจริญเติบโต กาลที่ถือเอาซึ่งห้องแห่งวิปัสสนาญาณ ด้วยทำอนุปัสสนา ๓ ให้ ถึงพร้อมของภิกษุ เปรียบเหมือนการที่ลูกไก่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการกระทำกิริยา ๓ ของแม่ไก่ กาลที่ภิกษุนั้น ให้จิตถือเอา ซึ่งห้องแห่งวิปัสสนาญาณ นั่งบนอาสนะ เที่ยวไปอยู่. ย่อมสิ้น แล้วจึงเที่ยวไป ได้อุตุสัปปายะ โภชนะสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ธัมมสวนสัปปายะ อันสมควรแก่วิปัสสนาญาณนั้น นั่งบนอาสนะ เดียว เจริญวิปัสสนา ทำลายกะเปาะฟองไข่ คืออวิชชา ด้วย อรหัตมรรค ที่ตนบรรลุแล้วโดยลำดับ แล้วปรบปีกคืออภิญญาแล้ว บรรลุพระอรหัตโดยสวัสดี พึงทราบเปรียบเหมือนกาลที่ลูกไก่ ทั้งหลาย ทำลายกะเปาะฟองไข่ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจะงอย ปาก แล้วปรบปีกเจาะออกไปโดยสวัสดี ด้วยการกระทำกิริยา ๓ ให้ถึงพร้อมของแม่ไก่. เหมือนอย่างว่า แม่ไก่ทราบว่าลูกไก่ทั้งหลาย เปลี่ยนแปลงแล้ว ย่อมทำลายกะเปาะฟองไข่ ฉันใด แม้พระศาสดา ก็ฉันนั้น ทรงทราบว่าภิกษุเห็นปานนั้นมีญาณแก่กล้าแล้ว ทรงแผ่ พระรัศมีทำลายกะเปาะฟองไข่ คืออวิชชา ด้วยคาถาโดยนัยมีอาทิว่า เธอจงถอนเสียซึ่งความเยื่อใยของตน เหมือนบุคคลเอามือถอนกอโกมุท ในสารทกาล ฉะนั้น เธอจงพอกพูนทางอันสงบ ด้วยว่าพระ- นิพพาน อันพระสุคตแสดงไว้แล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ