เล่มที่ 37

ส่วนที่ 125

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 125 อ้างอิง: Book 37, Section 125 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อจฺจนฺตนิฏฺโ€ ความว่า ชื่อว่า อจฺจนตา เพราะเป็น ไปล่วงส่วน กล่าวคือความสิ้นไปและความเสื่อมไป. ภิกษุชื่อว่า อจฺจนฺตนิฏฺโ€ เพราะมีความสำเร็จล่วงส่วน อธิบายว่า มีความ สำเร็จโดยส่วนเดียว มีความสำเร็จติดต่อกัน. บทว่า อจฺจนฺตโยคฺคกฺเขมี ความว่า ผู้มีธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะล่วงส่วนอธิบายว่า มีธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะเป็นนิจ. บทว่า อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี ความว่า เป็นพรหมจารีล่วงส่วน อธิบายว่า เป็นพรหมจารีเป็นนิจ. บทว่า อจฺจนตปริโยสาโน ความว่า มีที่สุดล่วงส่วนโดยนัยก่อน นั่นแหละ. บทว่า เสฏฺโ€ เทวมนุสฺสานํ ความว่า ประเสริฐสุดคือ สูงสุด กว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. พระมหาโมคคัลลานะทูลขอว่า ภิกษุชื่อว่าเป็นปานนี้ ด้วยข้อปฏิบัติเพียงไร ข้อพระองค์โปรด ทรงแสดงสำหรับภิกษุนั้นโดยย่อเถิดพระเจ้าข้า. ในคำว่า สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย นี้มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ชื่อว่า ธรรมทั้งปวงคือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ธรรมทั้งหมด นั้น ไม่ควรถือไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่เหมาะ ที่จะยึดมั่นด้วยอำนาจ ตัณหาและทิฏฐิ. เพราะเหตุไร ธรรมจึงไม่ควรถือมั่น เพราะธรรม เหล่านั้น ไม่ตั้งอยู่โดยอาการที่จะยึดถือไว้ จริงอยู่ธรรมเหล่านั้น แม้ตนจะยึดถือเอาว่า สังขารทั้งหลายเป็นของเที่ยง เป็นสุข และ เป็นอัตตา ก็ย่อมสำเร็จผลว่า เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็น อนัตตาอยู่นั่นเอง เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ไม่ควรถือมั่นดังนี้. บทว่า อภิชานาติ ความว่า ย่อมรู้ยิ่ง คือรู้ ด้วยญาตปริญญาว่า สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ธรรม ทั้งปวงเป็นอนัตตา. บทว่า ปริชานาติ ความว่า ย่อมกำหนดรู้ ด้วยติรณปริญญา เหมือนอย่างนั้นนั่นแหละ. บทว่า ยํกิญฺจิ เวทนํ ความว่า ย่อมเสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้มีประมาณน้อย โดยที่สุดแม้ประกอบด้วยปัญจวิญญาณ. ด้วยบทนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงยักเยื้องด้วยอำนาจเวทนา จึงแสดงการกำหนดอรูปธรรม (นามธรรม) เป็นอารมณ์แก่พระเถระ บทว่า อนิจฺจานุปสฺสี ได้แก่พิจารณาเห็นโดยความไม่เที่ยง. วิราคะ ในบทว่า วิราคานุปสฺสีนี้ มี ๒ คือ ขยวิราคะ ความคลายกำหนัด เพราะสิ้นไป ๑ อัจจันตวิราคะ ความคลายกำหนัดเพราะล่วงส่วน ๑ ในสองอย่างนั้น วิปัสสนาอันเห็นความสิ้นไปแห่งสังขารทั้งหลาย โดยความสิ้นก็ดี มรรคญาณ คือการเห็นความคลายกำหนัดล่วงส่วน คือพระนิพพาน โดยความคลายกำหนัดก็ดี ชื่อว่า วิราคานุปัสสนา การพิจารณาเห็นโดยความคลายกำหนัด. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วย วิราคธรรมทั้ง ๒ นั้น ชื่อว่า วิราคานุปัสสี ผู้ตามเห็นความคลาย กำหนัด. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหมายถึงวิราคะนั้น จึงตรัสว่า วิราคานุปสฺสี อธิบายว่าบุคคลผู้พิจารณาเห็นความคลายกำหนัด.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ