เล่มที่ 37
ส่วนที่ 19
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 19 อ้างอิง: Book 37, Section 19 ประเภท: section
เนื้อหา
อุทกูปมสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อุทกูปมา ความว่า บุคคล ท่านเปรียบด้วยน้ำ เพราะ ถือเอาอาการมีการดำลงเป็นต้น. สองบทว่า สกึ นิมุคฺโค ได้แก่ ดำลงคราวเดียว บทว่า เอกนฺตกาฬเกหิ พระองค์ตรัสหมายถึง นิยตมิจฉาทิฏฐิ. บทว่า อุมฺมุชฺชติ แปลว่าผุดขึ้น. บทว่า สาธุ ความว่า งาม คือ ดี. บทว่า หายติเยว ความว่า ย่อมเสื่อมไปหมดทีเดียว เหมือนน้ำที่บุคคลรดลงในเครื่องกรองน้ำ ฉะนั้น. หลายบทว่า อุมฺมุชฺชิตฺว่า วิปสฺสติ วิโลเกติ ความว่า บุคคลที่โผล่ขึ้นได้แล้ว พิจารณาเหลียวแลดูทิศที่ควรจะไป. บทว่า ปตรติ ความว่า ชื่อว่า เป็นผู้บ่ายหน้าต่อทิศที่ควรไปข้ามไปอยู่. สองบทว่า ปติคาธปฺปตฺโต โหติ บุคคลโผล่ขึ้นมาแล้วเหลียวดูข้ามไป ชื่อว่าย่อมประสมที่พึง คือ ย่อมยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง ไม่หวนกลับมาอีก. บทว่า ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺติ ความว่า บุคคลข้ามหวัง คือ กิเลสทั้งปวง ถึงฝั่งโน้นแล้ว ชื่อว่า ย่อมเป็นผู้ยืนอยู่บนบก คือ พระนิพพาน. วัฏฏะและวิวัฏฏะ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรนี้. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้ เป็นผู้ควร ของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควร กระทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๗ จำพวก เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาเห็น ความไม่เที่ยง มีความสำคัญว่าไม่เที่ยง ทั้งรู้ว่าเป็นของไม่เที่ยง ในสังขารทั้งปวง ตั้งใจมั่นติดต่อกันไปไม่ขาดสาย มีปัญญาหยั่งทราบ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ นี้เป็นบุคคลที่ ๑ เป็นผู้ควรของคำนับ ฯลฯ เป็นนาบุญ ของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ