เล่มที่ 37
ส่วนที่ 13
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 13 อ้างอิง: Book 37, Section 13 ประเภท: section
เนื้อหา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้ เป็นผู้ควร ของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควร กระทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๗ จำพวก เป็นไฉน คือ อุภโตภาควิมุต ๑ ปัญญาวิมุติ ๑ กายสักยี ๑ ทิฏฐิปปัตตะ ๑ สัทธาวิมุติ ๑ ธัมมานุสารี ๑ สัทธานุสารี ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๗ จำพวกนี้แล เป็นผู้ควรของคำนับ เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรกระทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า. ปุคคลสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อุภโตภาควิมุตฺโต ความว่า หลุดพ้นแล้วโดยส่วนทั้ง ๒. อธิบายว่า หลุดพ้นแล้วจากรูปกาย ด้วยอรูปสมาบัติ และหลุดพ้น แล้วจากนามกายด้วยมรรค. บุคคลนั้นมี ๕ จำพวก คือ บุคคลผู้ ออกจากอรูปสมาบัติ ๔ แต่ละสมาบัติ แล้วพิจารณาสังขารแล้ว บรรลุพระอรหัต ๔ จำพวก, และพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธแล้ว บรรลุพระอรหัต ๑ จำพวก. แต่บาลีในพระสูตร มาแล้วด้วยอำนาจ ผู้ได้วิโมกข์ ๘ อย่างนี้ว่า ก็บุคคลผู้หลุดพันโดยส่วน ๒ เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในพระศาสนานี้ ถูกต้องวิโมกข์ ด้วยนามกายแล้วอยู่ อาสวะของผู้นั้นย่อมสิ้นไป เพราะเห็นแม้ด้วยปัญญา. บุคคลผู้ชื่อว่า ปัญญาวิมุตตะ เพราะหลุดพ้นด้วยปัญญา. ปัญญาวิมุตตะนั้นมี ๕ จำพวก ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ พระ- อรหันตสุกขวิปัสสกะจำพวก ๑ ท่านออกจากฌาน ๔ แล้วบรรลุ พระอรหัต ๔ จำพวก. แต่บาลีในสูตรนี้มาแล้ว โดยปฏิเสธวิโมกข์ ๘ ดังพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้ว่า ความจริง บุคคลไม่ได้ ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยนามกายอยู่ อาสวะทั้งหลายของเขาย่อมสิ้นไป เพราะเห็นแม้ด้วยปัญญา บุคคลนี้ท่านเรียกว่า ปัญญาวิมุตติ หลุดพ้น แล้วด้วยปัญญา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ