เล่มที่ 36

ส่วนที่ 573

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 573 อ้างอิง: Book 36, Section 573 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนพราหมณ์ธรรมิกะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ผู้ใด มีจิตประทุษร้าย พึงด่า บริภาษ ท่านศาสดาจารย์ทั้ง ๖ นี้ ผู้เป็นเจ้าลัทธิ ผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย มีบริวารหลายร้อยคน พร้อมทั้งหมู่ สาวก ผู้นั้นพึงประสบสิ่งที่ไม่เป็นบุญมากหรือ. พระ: ดูก่อนพราหมณ์ธรรมิกะ ผู้ใดมีจิตประทุษร้าย พึงด่า บริภาษ ท่านศาสดาจารย์ทั้ง ๖ นั้น ผู้เป็นเจ้าลัทธิ ผู้ปราศจากความกำหนัดในกาม ทั้งหลาย มีบริวารหลายร้อยคน พร้อมทั้งหมู่สาวก ผู้นั้นพึงประสบสิ่งที่ไม่ เป็นบุญมาก ผู้ใดมีจิตประทุษร้าย ย่อมด่า บริภาษบุคคลผู้มีทิฏฐิสมบูรณ์ คนเดียว ผู้นี้ย่อมประสบสิ่งที่ไม่เป็นบุญมากกว่าผู้ด่าว่าบริภาษท่านศาสดาจารย์ ทั้ง ๖ นั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเราหากล่าวการขุดโค่นคุณความดีของตน ภายนอกศาสนานี้ เหมือนการด่าว่าบริภาษในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วม กันนี้ไม่ ดูก่อนพราหมณ์ธรรมิกะ เพราะเหตุนั้นแหละ เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่ประทุษร้ายในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกันของตน ดูก่อนพราหมณ์ธรรมิกะ เธอพึงศึกษาอย่างนี้แล. ได้มีท่านศาสดาจารย์ชื่อสุเนตตะ ชื่อมูคปักขะ ชื่ออรเนมิ ชื่อกุททาลกะ ชื่อหัตถิปาละ และไม่มีพราหมณ์ปุโรหิต ของพระราชาถึง ๗ พระองค์ เป็นเจ้า แผ่นดินเป็นศาสดาจารย์ชื่อโชติปาละ ท่าน ศาสดาจารย์ทั้ง ๖ ผู้มียศเป็นผู้ได้รับยกย่อง ว่าเป็นเจ้าลัทธิในอดีต ท่านเหล่านั้นได้ เป็นผู้หมดกลิ่นสาป คือ ความโกรธ มุ่งมั่น ในกรุณา ผ่านพ้นกามสังโยชน์ คลาย กามราคะเสียได้ เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก สาวกของท่านเหล่านั้นแม้หลายร้อย ได้ เป็นผู้หมดกลิ่นสาป คือ ความโกรธ มุ่งมั่น ในกรุณา ผ่านพ้นกามสังโยชน์ คลาย กามราคะเสียได้ ก็เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก นรชนใดมีความดำรงทางใจประทุษร้าย ย่อมด่าบริภาษท่านเหล่านั้น ผู้เป็นฤาษี ผู้เป็นนักบวชนอกศาสนา ปราศจากความ กำหนัด มีจิตตั้งมั่น ก็นรชนเช่นนั้นย่อม ประสบสิ่งที่ไม่เป็นบุญมาก ส่วนนรชน ใดมีความดำริทางใจประทุษร้าย ย่อมด่า บริภาษภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้มีทิฏฐิสมบูรณ์รูปเดียว นรชนผู้นี้ย่อม ประสบสิ่งที่ไม่เป็นบุญมากกว่าผู้ด่าว่า บริภาษท่านศาสดาจารย์เหล่านั้น นรชน ไม่พึงเสียดสีท่านผู้มีความดี ผู้ละทิฏฐิ บุคคลใดเป็นผู้มีอินทรีย์ ๕ คือ ศรัทธา สติ วิริยะ สมถะ และวิปัสสนา อ่อน บุคคลผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัดในกาม เราเรียกว่าเป็นบุคคลที่เจ็ด แห่งพระอริย- สงฆ์ นรชนใดเบียดเบียน ทำร้ายบุคคล เช่นนั้นผู้เป็นภิกษุ ในกาลก่อน นรชนนั้น ชื่อว่าทำร้ายตนเอง ย่อมบั่นรอนอรหัตผล ในภายหลัง ส่วนนรชนใดย่อมรักษาตน นรชนนั้นชื่อว่า เป็นผู้รักษาตนที่เป็นส่วน ภายนอก เพราะเหตุนั้น บัณฑิตไม่ขุด โค่นคุณความดีของตน ชื่อว่าพึงรักษาตน ทุกเมื่อ. จบธรรมิกสูตรที่ ๑๒ จบธรรมิกวรรคที่ ๕ อรรถกถาธรรมิกสูตร พึงทราบวินิจฉัยในธรรมิกสูตรที่ ๑๒ ดังต่อไปนี้ :-


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ