เล่มที่ 36
ส่วนที่ 507
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 507 อ้างอิง: Book 36, Section 507 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อิทมาสนํ ปญฺตฺตํ ความว่า ติสสพรหม ปูลาดพรหม- บัลลังก์มีค่ามาก แล้วกล่าวอย่างนี้. บทว่า อเวจฺจปฺปสาเทน ความว่า ด้วย ความเลื่อมใสอันสัมปยุตด้วยมรรค ที่ไม่คลอนแคลน ที่ตนได้บรรลุแล้ว. ใน พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสโสดาปัตติมรรคญาณไว้. จบอรรถกถาโมคคัลลานสูตรที่ ๔ ๕. วิชชาภาคิยสูตร ว่าด้วยธรรมเป็นส่วนให้เกิดวิชชา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้ ย่อมเป็นไปใน ส่วนแห่งวิชชา ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คืออนิจจสัญญา ๑ อนิจเจ- ทุกขสัญญา ๑ ทุกเขอนัตตสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ นิโรธสัญญา ๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปในส่วน แห่งวิชชา. จบวิชชาภาคิยสูตรที่ ๕ อรรถกถาวิชชาภาคิยสูตร พึงทราบวินิจฉัยในวิชชาภาคิยสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้:- บทว่า วิชฺชาภาคิยา ความว่า เป็นธรรมที่เป็นไปในส่วนของวิชชา. สัญญาที่เกิดขึ้นในอนิจจานุปัสสนาญาณ ชื่อว่า อนิจจสัญญา. สัญญาที่เกิด ขึ้นในทุกขานุปัสสนาญาณ ชื่อว่า อนิจเจ ทุกขสัญญา. สัญญาที่เกิดขึ้น ในอนัตตานุปัสสนาญาณ ชื่อว่า ทุกเข อนัตตสัญญา. สัญญาที่เกิดขึ้นใน ปหานานุปัสสนาญาณ ชื่อว่า ปหานสัญญา. สัญญาที่เกิดขึ้นในวิราคา- นุปัสสนาญาณ ชื่อว่า วิราคสัญญา. สัญญาที่เกิดขึ้นในนิโรธานุปัสสนาญาณ ชื่อว่า นิโรธสัญญา. จบอรรถกถาวิชชาภาคิยสูตรที่ ๕ ๖. วิวาทมูลสูตร ว่าด้วยมูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ ประการ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ ประการนี้ ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ไว้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดย่อมเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธไว้ ภิกษุนั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงแม้ในพระศาสดา. . . แม้ใน พระธรรม. . . แม้ในพระสงฆ์ เป็นผู้ไม่ทำให้บริบูรณ์แม้ในสิกขา ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่เคารพไม่ยำเกรงในพระศาสดา. . . ในพระธรรม. . . ในพระสงฆ์ ไม่กระทำให้บริบูรณ์ในสิกขา ย่อมก่อการวิวาทให้เกิดขึ้นในสงฆ์ ซึ่งเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อสิ่งไม่เป็นสุขแก่ชน หมู่มาก เพื่อความฉิบหาย เพื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอทั้งหลายพึง พิจารณาเห็นซึ่งมูลเหตุแห่งการวิวาทเห็นปานนั้น ในภายในหรือภายนอกไซร้ เธอทั้งหลายพึงพยายามเพื่อละมูลเหตุแห่งการวิวาทที่เป็นบาปนั้นเสีย ถ้าเธอ ทั้งหลายไม่พึงพิจารณาเห็นซึ่งมูลเหตุแห่งการวิวาทเห็นปานนั้น ในภายในหรือ ภายนอกไซร้ เธอทั้งหลายพึงปฏิบัติเพื่อไม่ให้มูลเหตุแห่งการวิวาทเห็นปานนั้น ครอบงำต่อไป การละมูลเหตุแห่งการวิวาทที่เป็นปานนั้น (และ) มูลเหตุ แห่งการวิวาทที่เป็นบาปนั้น ไม่ครอบงำต่อไป ย่อมมีได้ด้วยประการฉะนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ