เล่มที่ 36

ส่วนที่ 9

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 9 อ้างอิง: Book 36, Section 9 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในกามสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า กาเมสุ จลฬิตา ได้แก่ สยบยินดียิ่ง ในวัตถุกามและ กิเลสกาม. บทว่า อสิตพฺยาภงฺคึ ได้แก่ เคียวเกี่ยวหญ้าเละคานหาบหญ้า. บทว่า กุลปุตฺโต ได้แก่ กุลบุตรผู้มีมารยาท. บทว่า โอหาย แปลว่า ละแล้ว. บทว่า อลํ วจนาย ได้แก่ ควรพูด. บทว่า ลพฺภา ได้แก่ ได้ง่าย คือ อาจได้. บทว่า หีนา กามา ได้แก่ กามของสัตว์มีตระกูลต่ำ ๕. บทว่า มชฺฌิมา กามา ได้แก่ กามของสัตว์ชั้นกลาง. บทว่า ปณีตา กามา ได้แก่ กามของพระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชา. บทว่า กามาเตฺวว สํขฺยํ คจฺฉนฺติ ความว่า ก็นับได้ว่ากามทั้งนั้น เพราะอำนาจความใคร่ และ เพราะอำนาจอารมณ์ที่พึงใคร่. บทว่า วุฑฺโฒ โหติ แปลว่า เบ่นคนแก่. บทว่า อลํ อญฺโ คือ มีปัญญาสมควรแล้ว. บทว่า อตฺตคุตฺโต ได้แก่ คุ้มครองรักษาด้วย ตนเองได้ หรือสามารถคุ้มครองรักษาตนได้. บทว่า นาลํ ปมาทาย แปลว่า ไม่ควรประมาท. บทว่า สทฺธาย อกตํ โหติ ความว่า กิจใดที่ ควรทำในกุศลธรรมทั้งหลายด้วยศรัทธา กิจนั้นยังไม่ได้ทำ. แม้ในบทที่เหลือ ก็นัยนี้เหมือนกัน. ด้วยบทว่า อนเปกฺโข ปนาหํ ภิกฺขเว ตสฺมึ โหติ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า เราวางใจในบุคคลนั้นผู้กระทำกิจที่ควรกระทำ ด้วยศรัทธาเป็นต้นอย่างนี้แล้วตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. ในสูตรนี้ตรัสโสดา- ปัตติมรรค.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ