เล่มที่ 35

ส่วนที่ 471

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 471 อ้างอิง: Book 35, Section 471 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนริยโวหาร ๔ ประการนี้ อนริยโวหาร ๔ เป็นไฉน คือ ทิฏฺเ€ อทิฏฺ€วาทิตา เห็น กล่าวว่าไม่เห็น สุเต อสฺสุตวาทิตา ได้ยิน กล่าวว่าไม่ได้ยิน มุเต อมุตวาทิตา ทราบ กล่าวว่าไม่ทราบ วิญฺาเต อวิญฺาตวาทิตา รู้ กล่าวว่าไม่รู้ นี้แล อนริยโวหาร ๔. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยโวหาร ๔ ประการนี้ อริยโวหาร ๔ เป็นไฉน คือ ทิฏฺเ€ ทิฏฺ€วาทิตา เห็น กล่าวว่าเห็น สุเต สุตวาทิตา ได้ยิน กล่าวว่าได้ยิน มุเต มุตวาทิตา ทราบ กล่าวว่าทราบ วิญฺาเต วิญฺาตวาทิตา รู้ กล่าวว่ารู้ นี้แล อริยโวหาร ๔. จบจตุตถโวหารสูตรที่ ๑๑ จบอาปัตติภยวรรคที่ ๕ ๑. สังฆเภทกสูตร ๒. อาปัตติสูตร ๓. สิกขานิสังสสูตร ๔. เสยย- สูตร ๕. ถูปารหสูตร ๖. ปัญญาวุฑฒิสูตร ๗. พหุการสูตร ๘. ปฐม- โวหารสูตร ๙. ทุติยโวหารสูตร ๑๐. ตติยโวหารสูตร ๑๑. จตุตถโวหารสูตร และอรรถกถา. ว่าด้วยธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญา ๔ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ๔ ประการ เป็นไฉน คือ ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงกำหนดรู้ไว้ก็มี ธรรมที่รู้ยิ่งด้วย ปัญญาแล้วพึงละเสียก็มี ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงให้เจริญก็มี ธรรมที่ รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงกระทำให้แจ้งก็มี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงกำหนดรู้เป็นไฉน คือ อุปาทานขันธ์ ๕ นี้เราเรียกว่า ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงกำหนดรู้ไว้ ก็ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงละเสียเป็นไฉน คือ อวิชชา และภวตัณหา นี้เราเรียกว่า ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงละเสีย ก็ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญา แล้ว พึงให้เจริญเป็นไฉน คือ สมถะและวิปัสสนา นี้เราเรียกว่า ธรรมที่ รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงให้เจริญ ก็ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้วพึงกระทำให้แจ้ง เป็นไฉน คือ วิชชาและวิมุตติ นี้เราเรียกว่า ธรรมที่รู้ยิ่งด้วยปัญญาแล้ว พึงกระทำให้แจ้ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ