เล่มที่ 35

ส่วนที่ 253

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 253 อ้างอิง: Book 35, Section 253 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความอัศจรรย์ไม่เคยมี ๔ ประการนี้ ย่อม ปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า. พึงทราบวินิจฉัยในปฐมอัจฉริยสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปาตุภาวา คือเพราะปรากฏขึ้น. ในบทว่า กุจฺฉึ โอกฺกมตึ นี้ ความว่า เป็นผู้ลงสู่ครรภ์แล้ว. ความจริง เมื่อพระโพธิสัตว์นั้นลงแล้ว แสงสว่างก็เป็นอย่างนั้น เมื่อกำลังหยั่งลง แสงสว่างก็เป็นอย่างนั้น. บทว่า อปฺปมาโณ ได้แก่ มีประมาณเพิ่มขึ้น คือไพบูลย์กว้างขวาง. บทว่า อุฬาโร เป็นไวพจน์ของบทว่า อปฺปมาโณ นั้นเอง ในบทว่า เทวานํ เทวานุ ภาวํ นี้ ได้แก่ อานุภาพอันหาประมาณมิได้ของเหล่าเทวดา รัศมีของผ้าที่นุ่ง แผ่ไปได้ตลอด ๑๒ โยชน์ ของสรีระก็อย่างนั้น ของวิมานก็อย่างนั้น อธิบายว่า ล่วงเทวานุภาพแห่งเทวดานั้น. บทว่า โลกนฺตริกา ความว่า ที่ว่างใน ระหว่างสามจักรวาล จะมีโลกันตริกนรกอยู่แห่งหนึ่ง เหมือนระหว่างล้อเกวียน ทั้งสามล้อ ที่ถึงกันแล้วหรือตั้งจดติดกันและกัน ก็มีที่ว่างตรงกลาง. ก็โลกัน- ตริกนรกนั้น ว่าโดยประมาณได้แปดพันโยชน์. บทว่า อฆา คือเปิดเป็นนิตย์. บทว่า อสํวุตา คือไม่มีฐานที่ตั้งแม้ภายใต้. บทว่า อนฺธการา คือมืด. บทว่า อนฺธการติมิสา ความว่า ประกอบด้วย ความมืด ทำให้เป็นเหมือน ตาบอดเพราะห้ามการเกิดขึ้นแห่งจักษุวิญญาณ ได้ยินว่า จักษุวิญญาณไม่เกิด ในโลกันตริกนรกนั้น. บทว่า เอวํมหิทฺธิกานํ ความว่า ได้ยินว่า ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ปรากฏในทวีปทั้งสาม พร้อมคราวเดียวกัน จึงมีฤทธิ์มากอย่างนี้ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่าง กำจัดมืดได้เก้าแสนโยชน์ ในทิศแต่ ละทิศจึงมีอานุภาพมากอย่างนี้. บทว่า อาภา นานุโภนฺติ คือแสงสว่าง ไม่พอ. ได้ยินว่า ดวงจันท์และดวงอาทิตย์เหล่านั้น โคจรไปท่ามกลาง จักรวาลบรรพต ล่วงเลยจักรวาลบรรพตไปก็เป็นโลกันตริกนรก เพราะฉะนั้น แสงสว่างแห่งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เหล่านั้น จึงส่องไปไม่ถึงในที่นั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ