เล่มที่ 35

ส่วนที่ 134

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 134 อ้างอิง: Book 35, Section 134 ประเภท: section


เนื้อหา

สมณพราหมณ์บางเหล่าผู้มีราคะโท- สะปกคลุมแล้ว เป็นคนอันอวิชชาปกปิด แล้ว เพลินยินดีในปิยรูป (สิ่งที่รัก) ดื่ม สุราเมรัย บางเหล่าเสพเมถุน บางเหล่า โฉดเขลา ยินดีเงินและทอง บางเหล่า เลี้ยงชีพโดยมิจฉาอาชีวะ. บาปธรรมเหล่านั้น พระพุทธเจ้า เผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ตรัสว่าเป็นอุปกิเลส ซึ่งเป็นเหตุให้สมณพราหมณ์เหล่านั้นปรา- กฏว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ มีราคี ไม่งามสง่า สุกใส. สมณพราหมณ์เหล่านั้นอันความมืด (คืออวิชชา) หุ้มห่อแล้ว ตกเป็นทาสตัณหา ถูกตัณหาจูงไป บำรุงเลี้ยงอัตภาพร้ายเข้า ไว้ต้องไปเกิดอีก. จบอุปกิเลสสูตรที่ ๑๐ จบโรหิตัสสวรรคที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยในอุปกิเลสสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อุปกฺกิเลสา ความว่า ชื่อว่าอุปกิเลส (เครื่องเศร้าหมอง) เพราะทำความมัวหมอง ไม่ให้ผ่องใส. บทว่า มหิยา คือ หมอก. บทว่า ธูมรโช ได้แก่ ควันและผงคลี. บทว่า ราหุ ความว่า หมอก ควัน และ ผงคลี ทั้งสามข้างต้น เป็นอุปกิเลสที่ไม่ถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ส่วนราหู พึงทราบว่า ท่านกล่าวด้วยสามารถอุปกิเลสที่ถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์. บทว่า สมณพฺราหฺมณา น ตปนฺติ น ภาสนฺติ น วิโรจนฺติ ความว่า ย่อมไม่งาม ด้วยความงามโดยคุณ ไม่สุกใสด้วยความสุกใสโดยคุณ ย่อมไม่ ไพโรจน์ด้วยความไพโรจน์โดยคุณ. บทว่า สุราเมรยปานา อปฺปฏิวิรตา ความว่า ไม่เว้นจากการดื่มสุรา ๕ อย่าง และเมรัย ๔ อย่าง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ