เล่มที่ 34

ส่วนที่ 207

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 207 อ้างอิง: Book 34, Section 207 ประเภท: section


เนื้อหา

ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจาก อุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไป เพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคา- มินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ ฯลฯ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ เมื่อเธอ รู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นแม้กามาสวะ. แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหม- จรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี วิชชาข้อที่สาม ย่อมเป็นอันเธอได้บรรลุแล้ว ดังนี้ อวิชชาสูญไป วิชชาเกิดขึ้น ความมืดสูญไป แสงสว่างเกิดขึ้น เช่นเดียวกันกับของที่ภิกษุผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปแล้วอยู่ ฉะนั้น. ผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีลวัตร ส่งตนไป แล้ว มีจิตเป็นสมาธิ ผู้ใดมีจิตมีความชำ- นาญ เป็นเอกัคคตา ตั้งมั่นดีแล้ว ผู้ใดตรัสรู้ ปุพเพนิวาสญาณ เห็นสวรรค์และอบาย บรรลุถึงธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งชาติเป็นมุนี ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เพราะรู้ด้วยปัญญา อันยิ่ง และเป็นพราหมณ์ผู้ได้วิชชา ๓ เราย่อมกล่าวผู้เช่นนั้นว่า ผู้ได้วิชชา ๓ หากล่าวตามคำที่พูดกันอย่างอื่นไม่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ