เล่มที่ 34

ส่วนที่ 204

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 204 อ้างอิง: Book 34, Section 204 ประเภท: section


เนื้อหา

วิชชา คือ อรหัตมัคคญาณ ชื่อว่า วิชชาในที่นี้. อวิชชา ที่ ปิดบังอริยสัจ ๔ ไว้ ชื่อว่า อวิชชา. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้ว. บทว่า อนุจฺจาวจสีลสฺสํ ความว่า ผู้ที่มีศีล บางเวลาเสื่อม บาง เวลาเจริญ ชื่อว่า มีศีลลุ่ม ๆ ดอน ๆ. ส่วนพระขีณาสพมีศีลเจริญ โดย ส่วนเดียวเท่านั้น. เพราะฉะนั้น ท่านจึงชื่อว่า มีศีลไม่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ บทว่า วสีภูตํ ได้แก่ ถึงความชำนาญ. บทว่า สุสมาหิตํ ได้แก่ตั้งไว้ด้วยดี คือ ตั้งไว้ดีแล้วในอารมณ์. บทว่า ธีรํ ได้แก่ ผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาที่จำทรง. บทว่า มจฺจุหายินํ ได้แก่ละทิ้งมัจจุราชแล้วดำรงอยู่. บทว่า สพฺพปฺปหายินํ ได้แก่ ละบาปธรรมทั้งหมดแล้วดำรงอยู่. บทว่า พุทฺธํ ได้แก่ ตรัสรู้สัจจะ ทั้ง ๔. บทว่า อนฺติมเทหธารํ ความว่า ทรงไว้ซึ่งร่างกายครั้งหลังสุด. บทว่า ตํ นมสฺสนติ โคตมํ ความว่า สาวกของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย นมัสการพระองค์ผู้โคตมโคตร. อีกอย่างหนึ่ง มีอธิบายว่า แม้สาวกของ พระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า โคตมะ ก็ชื่อว่า โคตมะ เทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย นมัสการสาวกผู้ชื่อว่า โคตมะนั้น. บทว่า ปุพฺเพนิวาสํ ได้แก่ ขันธ์ที่อยู่อาศัยในชาติก่อนสืบต่อกันมา บทว่า โยเวติ ความว่า ผู้ใดไม่เสื่อม คือไม่ตกต่ำ. ปาฐะว่า โยเวทิ ดังนี้ ก็มี อธิบายว่า ผู้ใดได้รู้แล้ว คือทำสิ่งที่รู้แล้วให้ปรากฏดำรงอยู่ บทว่า สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ ความว่า ผู้นั้นเห็นสวรรค์ชั้นกามาวจร ๖ ชั้น พรหมโลก ๙ ชั้น และอบายทั้ง ๔. บทว่า ชาติกฺขยํ ปตฺโต ความว่า บรรลุอรหัตผล. บทว่า อภิญฺาโวสิโต ความว่า อยู่ด้วยการสิ้นสุดกิจ เพราะรู้. มุนี คือพระขีณาสพ ผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้รู้ ชื่อว่า มุนี . บทว่า เอตาหิ ความว่า ด้วยญาณทั้งหลาย มีปุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นต้น ที่ทรงแสดงไว้แล้ว ในหนหลัง. บทว่า นาญฺํ ลปิตลาปนํ ความว่า แต่เราตถาคตไม่เรียกคนอื่น ที่เรียกเอาอย่าง ที่คนอื่นเรียกว่า เตวิชฺโช (ผู้มี วิชชา ๓) ว่าเป็น เตวิชฺโช . อธิบายว่า เราตถาคตเรียกผู้รู้ โดยประจักษ์ แก่ตนแล้วบอกวิชชา ๓ แก่ผู้อื่นด้วย ว่า เป็นผู้มีวิชชา ๓.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ