เล่มที่ 34

ส่วนที่ 61

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 61 อ้างอิง: Book 34, Section 61 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า เสยฺยถาปิ สตฺตา เนรยิกา มีอธิบายว่า เขาย่อมเสวย เวทนาเหมือนสัตว์ทั้งหลาย ผู้เกิดในนรก เสวยแต่เวทนาที่เป็นทุกข์โดยส่วน เดียว ฉะนั้น. ถามว่า ก็นรกนั้น ไม่มีอุเบกขาเวทนาหรือ. ตอบว่า มี แต่ เวทนานั้นอยู่ในฐานะเป็นอัพโพหาริก เพราะทุกขเวทนามีพลังมาก. ด้วยเหตุ ดังพรรณนามานี้ เป็นอันพระองค์ทรงนำนรกนั่นแหละมาเปรียบเทียบกับนรก. ได้ยินว่า นี้ชื่อ ปฏิภาคอุปมา ในข้อนั้น. แม้ในบทว่า เสยฺยถาปิ เทวา สุภกิณฺหา นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงนำเอาเทวโลกนั้นแหละ มาเปรียบเทียบกับเทวโลก. ก็เพราะวิบากของ ฌานที่มีปีติ ย่อมเป็นไป ในพรหมโลกชั้นต่ำ ส่วนวิบากของฌานที่ไม่มีปีติ มีแต่สุขอย่างเดียวจะเป็นไป ในพรหมชั้นสุภกิณหะ ฉะนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า จึงตรัสสุภกิณหพรหม ไม่ทรงถือพรหมชั้นต่ำเหล่านั้น. ด้วยประการ ดังพรรณนามานี้ แม้อุปมานี้ในข้อนั้น ก็พึงทราบว่า เป็น ปฏิภาคอุปมา . บทว่า โวกิณฺณสุขทุกฺขํ ได้แก่ เวทนาที่มีสุขและทุกข์คลุกเคล้า กันไป. บทว่า เสยฺยถาปิ มนุสฺสา ความว่า แท้จริง มนุษย์ทั้งหลาย ย่อม มีสุข มีทุกข์ ตามกาลตามเวลา. บทว่า เอกจฺเจ จ เทวา ได้แก่ เทวดา ชั้นกามาวจร. แม้เทวดาชั้นกามาวจรเหล่านั้น ก็มีสุขมีทุกข์ ตามกาลเวลา. เพราะเทวดาชั้นกามาวจรผู้ต่ำศักดิ์กว่าเหล่านั้น จะต้องลุกจากอาสนะ จะต้อง หลีกออกจากทาง จะต้องเปลื้องผ้าห่มออก จะต้องทำอัญชลีกรรม เพราะ เห็นเทวดาที่มีศักดิ์สูงกว่า กิจกรรมแม้ทั้งหมดนั้น ย่อมชื่อว่าเป็นทุกข์. บทว่า เอกจฺเจ จ วินิปาติกา ได้แก่ เวมานิกเปรต. ก็เปรตเหล่านั้น ย่อมเสวย สมบัติตามกาลเวลา เสวยกรรมตามกาลเวลา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มีสุข มีทุกข์คลุกเคล้ากันไปทีเดียว. ด้วยประการดังพรรณนามานี้ สุจริต ๓ อย่าง ในพระสูตรนี้ พึงทราบว่า พระองค์ตรัสให้เจือกัน ไป ทั้งที่เป็นโลกิยะ และโลกุตระ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ