เล่มที่ 33
ส่วนที่ 251
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 251 อ้างอิง: Book 33, Section 251 ประเภท: section
เนื้อหา
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๐ จบกัมมกรณวรรคที่ ๑ ๑๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พละ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ปฏิสังขานพละ ๑ ภาวนาพละ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ปฏิสังขาน- พละเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมพิจารณาดังนี้ว่า วิบากของ กายทุจริตแล ชั่วช้าทั้งในชาตินี้และในภพหน้า วิบากของวจีทุจริต ชั่วช้าทั้งในชาตินี้และในภพหน้า วิบากของมโนทุจริต ชั่วช้าทั้งในชาตินี้ และในภพหน้า ครั้นเขาพิจารณาดังนี้แล้ว ย่อมละกายทุจริต เจริญกาย- สุจริต ย่อมละวจีทุจริต เจริญวจีสุจริต ย่อมละมโนทุจริต เจริญมโน- สุจริต บริหารคนให้บริสุทธิ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าปฏิสังขาน- พละ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภาวนาพละเป็นไฉน ในพละ ๒ อย่างนั้น ภาวนาพละนี้เป็นพละของพระเสขะ ก็บุคคลนั้นอาศัยพละที่เป็นของพระ- เสขะ ย่อมละราคะ ละโทสะ ละโมหะเสียได้เด็ดขาด ครั้นละราคะ ละโทสะ ละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่ทำกรรมที่เป็นอกุศล ย่อมไม่ เสพกรรมที่เป็นบาป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าภาวนาพละ ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พละ ๒ อย่างนี้แล. อธิกรณวรรคที่ ๒ สูตรที่ ๑ มีวินิจฉันดังต่อไปนี. บทว่า พลานิ ความว่า ชื่อว่า พละ ด้วยอรรถอะไร ชื่อว่า พละ ด้วยอรรถว่าไม่เป็นที่ตั้งแห่งความหวั่นไหว คือด้วยอรรถว่าครอบงำ ได้ยาก และย่ำยีไม่ได้. บทว่า ปฏิสงฺขานพลํ ได้แก่กำลังคือการพิจารณา. บทว่า ภาวนาพลํ ได้แก่ กำลัง คือการพอกพูน คือกำลังคือการพัฒนา. บทว่า สุทฺธํ อตฺตานํ นี้ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. บทว่า ตตฺร ได้แก่ในพละ ๒ อย่างนั้น. บทว่า ยทิทํ ตัดบทเป็น ยํ อิทํ นี้ใด. บทว่า เสขเมตํ พลํ ความว่า ภาวนาพละนั่นได้แก่ กำลังญาณของพระเสขะ ๗ จำพวก. บทว่า เสขํ หิ โส ภิกฺขเว พลํ อาคมฺม ความว่า ปรารภ หมาย คืออาศัยกำลังญาณของพระเสขะ ๗ จำพวก. บทว่า ปชหติ ความว่า ละได้ด้วยมรรค. ด้วยบทว่า ปหาย นี้ ตรัสถึงผล. บทว่า ยํ ปาปํ ความว่า สิ่งใดเป็นบาป คือลามก. ก็เพราะ บุคคลเจริญพละทั้ง ๒ อย่างเหล่านี้แล้ว จึงบรรลุพระอรหัตได้ ฉะนั้น พึงทราบว่าพละชั้นยอดเยี่ยม มิได้ทรงจัดไว้ในที่นี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ