เล่มที่ 32
ส่วนที่ 287
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 287 อ้างอิง: Book 32, Section 287 ประเภท: section
เนื้อหา
๑ นาคนั้นรับคำว่า ดีละ แล้ว เป็นผู้ถึงสรณะ. *(นาคนั้นได้ถึงพระทศพล ผู้มีพระเศียรคือสัพพัญญุตญาณอัน ประเสริฐ ผู้มีพระเกล้างามคือนิพพานารมณ์อันประเสริฐ ผู้มีพระนลาต คือจตุตถญาณอันประเสริฐ ผู้มีรัศมีพระอุณณาโลมคือ สมาปัตติญาณ ดั่งวชิระอันประเสริฐ ผู้มีพระโขนงทั้งคู่อันประเสริฐเกินความงาม ๑. ปาฐะว่า โส สาธูติ สรณํ คโตฯ โส อคจฺฉิ ตํ สรณํ ฯเปฯ สพฺพญฺญุตํปิ สํคโต ฯ หุตฺวา อิโต ปฏฺาย น กิญฺจ วิเหเมิ เทวํปิ สมฺมา วสฺสาเปมีติฯ พม่าเป็น โส สาธูติ สรณคโต หุตฺวา ตโต ปฏฺาย น กญฺจิ วิเหเติ, เทวมฺปิ สมฺมา วสฺสาเปติ, แปลตามพม่า * ที่วงเล็บไว้ฉบับพม่าสีหลไม่มี แห่งนีลกสิณ ผู้มีคู่พระจักษุคือ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ และสมันตจักษุ อันประเสริฐ ผู้มีคู่พระโสต คือทิพยโสตญาณอันประเสริฐ ผู้มีพระ- นาสิกโด่งคือ โคตรภูญาณอันประเสริฐ ผู้มีคู่พระปราง (แก้ม) คือ มรรคผลญาณและวิมุตติผลญาณอันประเสริฐ ผู้มีคู่พระโอษฐ์ คือ โลกิยญาณและโลกุตตรญาณอันประเสริฐ ผู้มีพระทนต์งาม คือสัตตตึส- โพธิปักขิยญาณอันประเสริฐ. ผู้มีพระเขี้ยว ๔ คือ จตุมรรคญาณอัน ประเสริฐ ผู้มีพระชิวหาคือ จตุสัจจญาณอันประเสริฐ ผู้มีพระหณุ (คาง) คืออัปปฏิหตญาณ (พระญาณที่ไม่มีอะไรขัดขวาง) อันประเสริฐ. ผู้มีพระศอคือญาณเครื่องบรรลุวิโมกข์อันยอดเยี่ยมอันประเสริฐ ผู้มี พระพาหา (แขน) คือจตุเวสารัชชญาณอันประเสริฐ ผู้มีพระองคุลี (นิ้ว) กลมงามคือ ทสานุสสติญาณอันประเสริฐ ผู้มีแผ่นพระอุระ (อก) เต็มคือสัตตโพชฌงค์ ผู้มีคู่พระถัน (นม) คือ อาสยานุสยญาณอัน ประเสริฐ ผู้มีพระวรกายท่อนกลางคือ ทศพลญาณอันประเสริฐ ผู้มี พระชงม์ (แข้ง) คือ ปัญจินทรีย์และปัญจพละอันประเสริฐ ผู้มีคู่พระอูรุ (ขา) คือทสกุศลกัมมปถอันประเสริฐ ผู้มีสังฆาฏิ คือศีลสมาธิปัญญา อันประเสริฐ ผู้มีบังสุกุลจีวรเครื่องปกปิดพระวรกาย คือหิริโอตตัปปะ อันประเสริฐ. ผู้มีพระอันตรวาสก (สะบง) คืออัฏฐังคิกมรรคญาณอัน ประเสริฐ. ผู้มีประคตเอวคือจตุสิปัฏฐานอันประเสริฐ เป็นสรณะ พระพุทธเจ้าท่านให้แจ่มแจ้งแล้วดังกล่าวมานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบรรลุแม้พระสัพพัญญุตญาณแล้ว) ตั้งแต่นั้น นาคก็ไม่เบียดเบียน ใคร ๆ ทำฟ้าฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าทั้งหลายก็สมบูรณ์ พูนผล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ