เล่มที่ 32

ส่วนที่ 223

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 223 อ้างอิง: Book 32, Section 223 ประเภท: section


เนื้อหา

วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ ราตรีอันเป็นทิพย์ ปรากฏแล้ว มาเราทั้งสองจงไปเฝ้าพระโคดม มีพระนามอันไม่ทรามเถิด สาตาคิรยักษ์กล่าวดังนี้แล้ว เหมวตยักษ์กล่าวว่า กจฺจิ มโน สุปณิหิโต (อิติ เหมวโต ยกฺโข) สพฺพภูเตสุ ตาทิโน กาจฺจิ อิฏฺเ€ อนิฏเ€ จ สงฺกปฺปสฺส วสีคตาติ. พระโคดมผู้คงที่ ทรงตั้งพระทัยไว้ดีแล้วใน สัตว์ทั้งปวงหรือ พระโคดมทรงกระทำความดำริ ในอิฏฐารมณ์แลอนิฏฐารมณ์ให้อยู่ในอำนาจแล หรือ. เหมวตยักษ์ถามถึงกายมาจาร อาชีพ และมโนสมาจาร ของพระศาสดาอย่างนี้แล้ว สาตาคิรยักษ์ วิสัชชนาข้อที่เหมวตยักษ์ ถามแล้ว ๆ เมื่อจบเหมวตสูตรแล้วตามความชอบใจด้วยการกล่าว คุณแห่งสรีรวรรณะของพระศาสดาอย่างนี้แล้ว เหมวตยักษ์ ส่งญาณไปตามกระแสแห่งพระธรรมเทศนาของสหาย ตั้งอยู่ใน โสดาปัตติผลแล้ว. คราวนั้น นางกาฬีอุบาสิกา ยังไม่เคยเห็นพระ- ตถาคตเลยก็เกิดความเลื่อมใสที่ได้ฟังในธรรมที่เขาแสดงแก่บุคคล อื่น ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ประดุจบริโภคโภชนะที่เขาจัดสำหรับ คนอื่นฉะนั้น, อุบาสิกานั้น เป็นพระโสดาบันคนแรกในระหว่าง หญิงทั้งหมดและเป็นหัวหน้าหญิงทั้งหมด. ในคืนนั้น นางก็คลอด บุตรพร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติผล ในวันขนานนามทารกที่ได้ มาแล้ว ตั้งชื่อว่า โสณะ. อุบาสิกานั้นอยู่ในเรือนแห่งครอบครัว ตามความพอใจแล้วได้ไปยังกุลฆรนคร สมัยนั้น พระมหากัจจายนเถระ อาศัยเมืองนั้น อยู่ที่ภูเขา อุปวัตตะ อุบาสิกาอุปัฏฐากพระเถระ พระเถระไปนิเวศน์ของนาง เป็นประจำ แม้เด็กโสณก็เที่ยวเล่นในสำนักของพระเถระเป็นประจำ จึงคุ้นเคยกัน ต่อมาเด็กนั้นบรรพชาในสำนักของพระเถระ พระเถระ ประสงค์จะให้ท่านอุปสมบท แสวงหาภิกษุอยู่ ๓ ปีครบคณะจึงให้ อุปสมบทได้ ท่านอุปสมบทแล้วให้พระเถระบอกกัมมัฏฐานเจริญ วิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว เรียนคัมภีร์สุตตนิบาตในสำนัก ของพระเถระ ออกพรรษาปวารณาแล้ว ประสงค์จะเฝ้าพระศาสดา จึงลาพระอุปัชฌาย์ พระเถระกล่าวว่า โสณะเมื่อท่านไปแล้ว พระ- ศาสดาจะให้ท่านอยู่ในพระคันธกุฏีเดียวกัน จักเชิญให้ท่านกล่าว ธรรม พระศาสดาจะทรงเลื่อมใสในธรรมกถาของท่าน จักประทาน พรแก่ท่าน เมื่อท่านจะรับพร จงรับเอาพรอย่างนี้ จงไหว้พระบาท ของพระทศพลตามคำของเรา พระโสณะนั้นอันพระอุปัชฌาย์ อนุญาตแล้วจึงไปบอกแก่โยมอุบาสิกา แม้อุบาสิกานั้นก็กล่าวว่า ดีละพ่อ ท่านเมื่อไปเฝ้าพระทศพล จงเอาผ้ากัมพลผืนนี้ไป จงลาด กระทำให้เป็นผ้ารองพื้นในพระคันธกุฏีที่ประทับของพระศาสดา แล้วถวายผ้ากัมพลผืนใหญ่ไป พระโสณเถระรับผ้านั้นไปแล้ว เก็บ งำเสนาสนะไปถึงที่ประทับของพระศาสดาโดยลำดับ เข้าไปเฝ้า ในเวลาที่พระทศพลประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ถวายบังคมแล้ว ได้ยืน อยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พระศาสดาทรงกระทำปฏิสัณฐารกับพระเถระนั้นแล้ว ตรัส เรียกพระอานนทเถระมาตรัสว่า อานนท์ จงจัดเสนาสนะสำหรับ ภิกษุรูปนี้ พระเถระทราบพระประสงค์ของพระศาสดา ได้ลาดผ้า แล้วประดุจยกผ้าลาดพื้นไว้ตรงกลางในภายในพระคันธกุฏี ครั้งนั้น แล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยับยั้งกลางแจ้งตลอดราตรีเป็นอันมาก จึงเสด็จเข้าพระวิหาร แม้ท่านพระโสณะก็ยับยั้งกลางแจ้งตลอดราตรี เป็นอันมากเหมือนกัน จึงเข้าพระวิหาร พระศาสดาเสด็จสีหยาสน์ ในมัชฌิมยาม เสด็จลุกขึ้นประทับนั่งในสมัยใกล้รุ่ง ทรงทราบว่า ความลำบากกายของพระโสณะจักสงบระงับด้วยเหตุเพียงเท่านี้ แล้วเชื้อเชิญให้กล่าวธรรม พระโสณเถระได้กล่าวพระสูตรที่เนื่อง ด้วยอัฏฐกวัคค์ พยัญชนะตัวหนึ่งก็ไม่เสียด้วยเสียงอันไพเราะ เมื่อจบคาถา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานสาธุการ ประกาศ ถึงความเลื่อมใสว่า ภิกษุ ธรรมเธอเรียนไว้ดีแล้ว เทศนาในเวลา ที่เราแสดงแล้วก็ดีในวันนี้ก็ดี เป็นอย่างเดียวกันเทียว ไม่ขาดไม่เกิน เลย. ฝ่ายพระโสณกำหนดว่านี้เป็นโอกาส แล้วถวายบังคมพระทศพล ตามคำของพระอุปัชฌาย์ ทูลขอพรทุกอย่างตั้งต้นแต่การอุปสมบท ด้วยคณะมีพระวินัยธรครบ ๕ พระศาสดาทรงประท่านแล้ว ต่อมา พระเถระถวายบังคมตามคำของอุบาสิกามารดาว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ อุบาสิกาส่งผ้ากัมพลผืนนี้มาเพื่อปูลาดพื้นในพระคันธกุฏี ที่ประทับของพระองค์ แล้วถวายผ้ากัมพล ลุกขึ้นจากอาสนะถวาย บังคมพระศาสดากระทำปทักษิณหลีกไปแล้ว. ในเรื่องนี้มีความ สังเขปเท่านี้. แต่โดยพิสดารเรื่องตั้งแต่การบรรพชาของพระเถระ เป็นต้นทั้งหมด มาในพระสูตรแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ