เล่มที่ 32

ส่วนที่ 211

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 211 อ้างอิง: Book 32, Section 211 ประเภท: section


เนื้อหา

พระศาสดาตรัสเรื่องทั้ง ๒ นี้แล้วทรงสืบต่ออนุสนธิเทศนา ในขณะที่ตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณแล้ว ตรัสพระคาถาว่าดังนี้ อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ สมุฏฺ€าเปติ อตฺตานํ อณุํ อคฺคึว สนฺธมนฺติ. บุคคลผู้มีปัญญา มีปัญญาเห็นประจักษ์ ย่อม ตั้งตนได้ด้วยทรัพย์อันเป็นต้นทุนแม้เล็กน้อย ดุจบุคคลก่อไฟอันน้อย ให้โพลงขึ้นได้ ฉะนั้น. พระศาสดาทรงแสดงเหตุนี้แก่บรรดาภิกษุผู้นั่งประชุม กันในธรรมสภาด้วยประการดังนี้ นี้เป็นเรื่องราวที่มีมาตามลำดับ จำเดิมแต่การตั้งความปรารถนาไว้ในตอนแรกของพระมหาสาวก ทั้งสอง ก็ต่อมา พระศาสดามีหมู่พระอริยแวดล้อมแล้วประทับนั่ง เหนือธรรมาสน์ ทรงสถาปนาพระจุลลปัณฐกเถระไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะเป็น ยอดของเหล่าภิกษุผู้ฉลาดในเจโตวิวัฏฏะ ผู้เนรมิต กายมโนมัยได้ ทรงสถาปนา พระมหาปัณฐกเถระ ไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ฉลาดในปัญญาวิวัฏฏะ ด้วยประการ ฉะนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน พระสูตรที่ ๓ ต่อไปนี้. บทว่า อรณวิหารีนํ ได้แก่ผู้มีปกติอยู่โดยหากิเลสมิได้ จริงอยู่ กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นท่านเรียกว่า รณะ ชื่อว่าผู้มีปกติอยู่ โดยหากิเลสมิได้ เพราะไม่มีกิเลสที่ชื่อว่ารณะ นั้น, ชื่อว่า ผู้มีปกติ อยู่โดยหากิเลสมิได้ อรณวิหารนั้นมีอยู่แก่ภิกษุเหล่าใด ภิกษุเหล่านั้น ชื่อว่า ผู้มีปกติอยู่โดยหากิเลสมิได้ พระสุภูติเถระเป็นยอดของเหล่า ภิกษุผู้มีปกติอยู่โดยหากิเลสมิได้เหล่านั้น จริงอยู่พระขีณาสพ แม้เหล่าอื่น ก็ชื่อว่า อรณวิหารี ก็จริง ถึงอย่างนั้นพระเถระก็ได้ ชื่ออย่างนั้น ด้วยพระธรรมเทศนา ภิกษุเหล่าอื่น เมื่อแสดงธรรม ย่อมกระทำเจาะจงกล่าวคุณบ้าง โทษบ้าง ส่วนพระเถระเมื่อแสดง ธรรมก็แสดงไม่ออกจากข้อกำหนดที่พระศาสดาแสดงแล้ว. เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็น ยอดของเหล่าภิกษุมีปกติอยู่โดยหากิเลสมิได้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ