เล่มที่ 32
ส่วนที่ 14
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 14 อ้างอิง: Book 32, Section 14 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ความว่า อารามอันนับว่า ของท่านอนาถบิณฑิกะ เพราะเป็นอารามที่คฤหบดีนามว่า อนาถ- บิณฑิกะ มอบถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน โดย บริจาคทรัพย์เป็นเงิน ๕๔ โกฏิ ก็ในที่นี้ ความสังเขปมีเพียงเท่านี้. ส่วนความพิสดาร กล่าวไว้แล้วในอรรถกถา สัพพาสวสูตร อรรถกถามัชฌิมนิกาย ชื่อปปัญจสูทนี ในข้อนั้น หากมีคำถามสอด เข้ามาว่า ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่กรุงสาวัตถีก่อน. พระเถระก็ไม่ควรกล่าวว่า พระวิหารชื่อว่า เชตวัน ถ้าพระองค์ ประทับอยู่ในพระเชตวันนั้น ก็ไม่ควรกล่าวว่า ใกล้กรุงสาวัตถี. ความจริง ใคร ๆ ไม่อาจจะอยู่ได้ในที่ ๒ แห่ง พร้อมคราวเดียวกัน แก้ว่า ข้อนั้น ไม่พึงเห็นอย่างนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้กล่าวไว้แล้ว มิใช่หรือว่า คำว่า สาวตฺถิยํ เป็นสัตตมีวิภัติ ใช้ในอรรถว่าใกล้ เพราะฉะนั้น แม้ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ในพระวิหาร ชื่อว่าเชตวัน ที่อยู่ใกล้กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ประทับ อยู่ในพระวิหารชื่อว่า เชตวัน ใกล้กรุงสาวัตถี เหมือนฝูงโคเที่ยว หากินใกล้แม่น้ำคงคา และแม่น้ำยมุนา เป็นต้น เขาก็เรียกว่า เที่ยว หากินใกล้แม่น้ำคงคา ใกล้แม่น้ำยมุนา ฉะนั้น. จริงอยู่ การกล่าวถึง กรุงสาวัตถี ของท่านพระอานนท์นั้น ก็เพื่อแสดงโคจรคาม การกล่าว ถึงสถานที่ที่เหลือ ก็เพื่อแสดงสถานที่เป็นที่อาศัย อันสมควรแก่ บรรพชิต ในคำเหล่านั้น ด้วยคำว่า สาวตฺถิยํ ท่านพระอานนท์ แสดง การที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงกระทำการอนุเคราะห์แก่คฤหัสถ์. แสดงการกระทำอนุเคราะห์แก่บรรพชิต ด้วยการระบุถึงพระเชตวัน อนึ่งพระเถระแสดงการเว้นอัตตกิลมถานุโยค เพราะการรับปัจจัย ด้วยคำต้น แสดงอุบายเป็นเครื่องเว้นกามสุขัลลิกานุโยค เพราะวัตถุ กาม ด้วยคำหลัง. อนึ่ง แสดงการประกอบพระธรรมเทศนา ด้วย คำต้น แสดงการน้อมไปเพื่อวิเวก ด้วยคำหลัง. แสดงการมีพระกรุณา ด้วยคำต้น แสดงการมีพระปัญญา ด้วยคำหลัง แสดงว่าทรงน้อมไป ในอันให้สำเร็จหิตสุขแก่เหล่าสัตว์ ด้วยคำต้น แสดงว่าไม่ทรงติด ในการทำหิตสุขแก่ผู้อื่น ด้วยคำหลัง แสดงการที่ทรงอยู่ผาสุก ด้วย การสละสุขที่ชอบธรรมเป็นนิมิต ด้วยคำต้น แสดงการทรงประกอบ เนือง ๆ ซึ่งธรรมอันยิ่งของมนุษย์เป็นนิมิต ด้วยคำหลัง แสดงการ ที่ทรงเป็นผู้มีอุปการะมากแก่มนุษย์ทั้งหลาย ด้วยคำต้น เสดงการ ที่ทรงเป็นผู้มีอุปการะมากแก่เทวดาทั้งหลาย ด้วยคำหลัง แสดงการ ที่เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้วเจริญพร้อมในโลก ด้วยคำต้น แสดงการ ที่ไม่ทรงเข้าไปติดในโลก ด้วยคำหลัง. แสดงทรงทำประโยชน์ที่ เสด็จอุบัติให้สำเร็จเรียบร้อย ด้วยคำต้น โดยพระบาลีว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเอก เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติขึ้นเพื่อเกื้อกูล แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อ ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคล เอกคือบุคคลชนิดไหน คือ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า".
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ