เล่มที่ 32
ส่วนที่ 6
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 6 อ้างอิง: Book 32, Section 6 ประเภท: section
เนื้อหา
เม ศัพท์ ปรากฏในอรรถ ๓ อย่าง จริงอย่างนั้น เม คัพท์นั้น มีอรรถว่า มยา (อันเรา) ในคำเป็นต้นว่า คาถาภิคีตํ เม อโภชนียํ โภชนะที่ได้มาเพราะขับคำร้อยกรอง อันเราไม่ควรบริโภค. เม ศัพท์ มีอรรถว่า มยฺหํ (แก่เรา) ในคำเป็นต้นว่า สาธุ เม ภนฺเต ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สาธุ ! ขอพระผู้มี พระภาคเจ้า โปรดทรงแสดงธรรมโดยย่อ แก่ข้าพระองค์เถิด. เม ศัพท์ มีอรรถว่า มม (ของเรา) ในคำเป็นต้นว่า ธมฺมทายาทา เม ภิกฺขเว ภวถ ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นธรรมทายาท ของเรา. แต่ในที่นี้ ใช้ ในอรรถทั้ง ๒ คือ มยา สุตํ อันข้าพเจ้าฟังมาแล้ว และว่า มม สุตํ การฟังของข้าพเจ้า. ศัพท์ว่า สุต ในบทว่า สุตํ นี้ ทั้งที่มีอุปสรรค และทั้งที่ไม่มีอุปสรรค มีประเภทแห่งอรรถเป็นอันมาก เช่น คมนะ ไป, วิสุตะ ปรากฏ, กิลินนะ ชุม, อุปจิตะ สำรวม, อนุยุตฺตะ ขวนขวาย, โสตวิญเญยยะ เสียงที่รู้ด้วยโสต, และโสตทวารานุสสารวิญญา รู้ทางโสตทวาร เป็นต้น จริงอย่างนั้น สุตํ ศัพท์นั้น มีอรรถว่า ไป ในคำเป็นต้นว่า เสนาย ปสุโต ไปในกองทัพ. เมื่ออรรถว่าเป็นธรรมปรากฏแล้ว ในคำเป็นต้นว่า สุตฺธมฺมสฺส ปสฺสโต ผู้มีธรรมปรากฏแล้ว เห็นอยู่. อรรถว่า ภิกษุณีผู้ชุ่มด้วยราคะต่อบุรุษผู้ชุ่มด้วยราคะในคำเป็นต้นว่า อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺส ภิกษุณีผู้กำหนัดด้วยราคะ ต่อบุรุษผู้กำหนัดด้วย ราคะ อรรถว่า สั่งสม ในคำเป็นต้นว่า ตุมฺเหหิ ปุญฺํ ปสุตํ อนปฺปกํ ท่านสั่งสมบุญไว้มิใช่น้อย. อรรถว่าขวนขวายในฌาน ในคำเป็นต้นว่า เย ฌานปสุตา ธีรา นักปราชญ์เหล่าใด ผู้ขวนขวายในฌาน อรรถว่า เสียงที่รู้ด้วยโสต ในคำเป็นต้นว่า ทิฏฺํ สุตํ มุตํ รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่รู้, อรรถว่า ทรงความรู้ตามกระแสโสตทวาร ในคำเป็นต้นว่า สุตธโร สุตสนฺนิจฺจโย ผู้ทรงความรู้สั่งสมความรู้. แต่ในที่นี้ สุต ศัพท์ มี อรรถว่า อุปธาริตํ ทรงไว้ทางโสตทวาร หรือว่า อุปธารณํ ความทรงจำ. จริงอยู่ เมื่อ เม ศัพท์ มีอรรถว่า มยา ความว่า ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้ว อย่างนี้ คือ เข้าไปทรงจำ ตามกระแสแห่งโสตทวารก็ถูก. เมื่อมีอรรถ ว่า มม ความว่า การฟังของข้าพเจ้าอย่างนี้ คือ การทรงจำ ตาม กระแสแห่งโสตทวาร ก็ถูก. บรรดาบททั้ง ๓ นั้น ดังว่ามานี้ บทว่า เอวํ เป็นบทแสดงกิจ คือหน้าที่ของวิญญาณ มีโสตวิญญาณเป็นต้น บทว่า เม เป็นบทแสดง บุคคลที่พรั่งพร้อมด้วยวิญญาณดังกล่าวแล้ว บทว่า สุตํ เป็นบท แสดงถึงการถือเอา ไม่ขาด ไม่เกิน ไม่วิปริต เพราะปฏิเสธ ภาวะที่ไม่ได้ยิน อนึ่ง บทว่า เอวํ เป็นบทประกาศว่าวิญญาณ- วิถี ที่เป็นไปแล้วตามกระแสแห่งโสตทวารนั้น เป็นไปในอารมณ์ โดยประการต่าง ๆ. บทว่า เม เป็นบทประกาศตน. บทว่า สุตํ เป็น บทประกาศธรรม. ก็ในที่นี้ มีความสังเขปดังนี้ว่า ข้าพเจ้าไม่กระทำ กิจอย่างอื่น แต่กิจนี้ข้าพเจ้าทำแล้ว ธรรมนี้ ข้าพเจ้า ฟังมาแล้ว โดย วิญญาณวิถี ที่เป็นไปในอารมณ์ โดยประการต่าง ๆ. อนึ่ง บทว่า เอวํ เป็นบทประกาศอรรถที่จะพึงชี้แจง. บทว่า เม เป็นบทประกาศบุคคล. บทว่า สุตํ เป็นบทประกาศกิจของบุคคล. ท่านอธิบายไว้ว่า ข้าพเจ้าชี้แจงพระสูตรใด พระสูตรนั้น ข้าพเจ้า ฟังมาแล้วอย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ