เล่มที่ 30

ส่วนที่ 387

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 387 อ้างอิง: Book 30, Section 387 ประเภท: section


เนื้อหา

ว่าด้วยบุคคลจะชื่อว่าเป็นพระอเสขะ นิทานต้นสูตรเหมือนกัน. ครั้นท่านพระสารีบุตรนั่ง ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ดูก่อนท่านอนุรุทธะ ที่เรียกว่า พระอเสขะ ๆ ดังนี้ ด้วย เหตุเพียงเท่าไรหนอ บุคคลจึงจะชื่อว่าเป็นพระอเสขะ. ท่านพระอนุรุทธะ ตอบว่า ดูก่อนผู้มีอายุ บุคคลที่จะชื่อว่าเป็นพระอเสขะ เพราะเจริญสติปัฏฐาน ๔ ได้บริบูรณ์. สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณา เห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัส ในโลกเสีย. ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ . . . ย่อมพิจารณาเห็นจิตใน จิตอยู่ . . . ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสโนโลกเสีย. ดูก่อนท่านผู้มีอายุ บุคคลที่จะ ชื่อว่าเป็นพระอเสขะ เพราะเจริญสติปัฏฐาน ๔ เหล่านั้นแลได้บริบูรณ์. คำว่า เพราะอบรมสมบูรณ์แล้ว คือ เพราะความ ที่ตนได้อบรมเต็มที่แล้ว . จริงอยู่ ผู้ที่กำลังทำให้เกิดอรหัตผลขึ้นชื่อว่าได้ อบรมสติปัฏฐานสมบูรณ์เเล้ว. นิทานต้นสูตรเหมือนกัน. ครั้น ท่านพระสารีบุตร นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ถาม ท่านพระอนุรุทธะ ว่า ท่านพระอนุรุทธะถึงความเป็นผู้มีอภิญญามาก เพราะได้ เจริญได้กระทำให้มากซึ่งธรรมเหล่าไหน. ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า ดูก่อนผู้ มีอายุ ผมถึงความเป็นผู้มีอภิญญามาก เพราะได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่ง สติปัฏฐาน ๔. สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณา เห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและ โทมนัสในโลกเสีย. ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ . .. ย่อมพิจารณา เห็นจิตในจิตอยู่ . . . ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัม- ปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย. ดูก่อนผู้มีอายุ ผมถึงความ เป็นผู้มีอภิญญามาก็เพราะได้เจริญได้กระทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล และเพราะได้เจริญ ได้ทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล ผมจึงรู้โลกได้ตั้งพัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ