เล่มที่ 30
ส่วนที่ 375
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 375 อ้างอิง: Book 30, Section 375 ประเภท: section
เนื้อหา
ท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลอย่างนี้แล้ว ครั้นแล้วได้ กราบทูลนิคมคาถาต่อไปอีกว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเห็นความ สิ้นชาติและที่สุดชาติ ทรงอนุเคราะห์ด้วย ประโยชน์เกื้อกูล ทรงทราบทางเป็นที่ไป อันเอก ในกาลก่อน ชนทั้งหลายข้าม โอฆะได้แล้วด้วยทางนี้ ในอนาคตก็จัก ข้ามด้วยทางนี้ และในบัดนี้ ก็ข้ามอยู่ด้วย ทางนี้. พึงทราบอธิบายใน พรหมสูตรที่ ๘ บทว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หรือว่าภิกษุทั้งหลาย... ในกาย ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมแสดงว่า ภิกษุทั้งหลายย่อมไม่มีในกาล นั้นเทียว แม้เมื่อเป็นอย่างนั้น ผู้ใดเจริญสติปัฏฐาน ผู้นั้น ชื่อว่า เป็นภิกษุ เพราะทำลายกิเลสได้ จึงตรัสแล้วอย่างนี้. บทว่า เอกายนํ ที่ไปอันเอก คือ ทางเดี่ยว. บทว่า ชาติขยนฺต- ทสฺสี ทรงเห็นควานสิ้นชาติและที่สุดชาติ ความว่า ชื่อว่า นิพพาน เพราะอรรถว่า สิ้น และเพราะอรรถว่า ที่สุดแห่งชาติ. อธิบายว่า เห็น นิพพานนั้น. บทว่า ทรงทราบทนทาง ความว่า ทรงทราบหนทางที่เป็น ทางเอก กล่าวคือทางเป็นไปอันเอก. ทางคือสติปัฏฐานที่เป็นส่วนเบื้องต้น ท่านเรียกว่า ทางเป็นที่ไปเบื้องหน้าอย่างเอก. อธิบายว่า ทรงรู้ทางนั้น. สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ นิคมของ ชาวสุมภะ ชื่อเสทกะ ในสุมภชนบท. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว คนจัณฑาล ผู้เป็นนักไต่ราว ยกไม้ไผ่ขึ้นตั้งไว้แล้ว เรียกศิษย์ชื่อเมทกถาลิกะมาบอกว่า ดูก่อนเมทกถาลิกะผู้เป็นสหาย มาเถิดมาขึ้นไม้ไผ่ แล้วยืนอยู่บนคอของเรา. เมทกถาลิกะผู้เป็นศิษย์รับคำของนักไต่ราวแล้วขึ้นราวไม้ไผ่ ยืนอยู่บนคอของ อาจารย์ ครั้งนั้นแล คนจัณฑาลนักไต่ราวจึงพูดกะเมทกถาลิกะผู้เป็นศิษย์ว่า ดูก่อนเมทกถาลิกะผู้เป็นสหาย ท่านจงรักษาเรา เราจักรักษาท่าน เราทั้งสอง ต่างคุ้มครองกันและกัน ต่างรักษากันและกันอย่างนี้ จักแสดงศิลปะ จักได้ลาภ และจักลงจากราวไม้ไผ่ได้โดยสวัสดี.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ