เล่มที่ 30

ส่วนที่ 342

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 342 อ้างอิง: Book 30, Section 342 ประเภท: section


เนื้อหา

ถามว่า ท่านย่อมคัดค้านในที่ที่ตนรู้แล้ว หรือในที่ที่ตนไม่รู้แล้ว. ตอบว่า ย่อมคัดค้านในที่ที่ตนไม่รู้แล้วเท่านั้น ได้ยินว่า เมื่อเริ่ม คำถามแล้ว พระเถระได้รู้แล้วอย่างนั้นว่า นี่ไม่ใช่คำถาม คำถามต้องถามใน สาวกบารมีญาณ จึงไม่ทำการคัดค้านด้วยสาวกบารมีญาณของตน ย่อมคัดค้าน ในพระสัพพัญญุตญาณในฐานะที่ตนไม่เข้าใจ เพราะเหตุนั้น พระเถระจึง แสดงคำแม้นี้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ย่อมไม่มีสัพพัญญุตญาณ ที่สามารถจะรู้เหตุแห่งศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุตติ ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบันได้. บทว่า นี้ ได้แก่ พระพุทธเจ้า ต่างด้วยพระพุทธเจ้าในอดีตเป็นต้น เหล่านี้. บทว่า ก็ทำไมเล่า ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสถามว่า ก็เมื่อ ไม่มีความรู้อย่างนั้น ทำไมเธอจึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า คล้อยตามธรรม ได้แก่ การถือเอานัยแห่งญาณโดยอนุมาน อัน พระเถระผู้ไปตามการประกอบแห่งญาณ อันเกิดขึ้นแล้วโดยประจักษ์ แก่ธรรม และดำรงอยู่ในสาวกบารมีญาณรู้แล้ว พระเถระกราบทูลว่า ข้าแต่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ย่อมรู้ด้วยเหตุนี้. เพราะว่า การถือเอาโดยนัย ของพระเถระไม่มีประมาณ ไม่มีที่สุด สัพพัญญุตญาณย่อมไม่มีประมาณ หรือ ที่สุดรอบฉันใด การถือเอาโดยนัยของพระธรรมเสนาบดี ก็ไม่มีประมาณ หรือที่สุดรอบฉันนั้น เพราะเหตุนั้น พระเถระนั้น ย่อมรู้ว่า พระศาสดานั้น ทรงเป็นอย่างนี้ ด้วยเหตุนี้ ๆ ทรงเป็นผู้ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่าด้วยเหตุนี้ ๆ เพราะว่า การถือเอาโดยนัยของพระเถระ. คือคติแห่งพระสัพพัญญุตญาณนั่นเอง บัดนี้ พระเถระเมื่อจะแสดงอุปมา เพื่อทำให้การถือเอาโดยนัยนั้นปรากฏ จึงกล่าว คำเป็นต้นว่า แม้ฉันใด พระเจ้าข้า.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ