เล่มที่ 30

ส่วนที่ 248

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 248 อ้างอิง: Book 30, Section 248 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็เทศนา พึงแยกออกจากกัน เพราะมรรคโพชฌงค์ และอริยิทธิกับ วิปัสสนา ทรงแสดงแก่ภิกษุนี้ ผู้ยังฌานหมวด ๓ หรือฌานหมวด ๔ ให้เกิด แล้วด้วยเมตตา ทำฌานนั้นแลให้เป็นบาท เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัต ด้วยคำมีประมาณเท่านี้. ส่วนภิกษุใดทำเมตตาฌานนี้ให้เป็นบาทแล้ว แม้ พิจารณาสังขารทั้งหลายอยู่ ยังไม่สามารถจะบรรลุพระอรหัตได้ เพราะเมตตา มีพระอรหัตเป็นอย่างยิ่งไม่มีแก่ภิกษุนั้น. แต่พึงแสดงข้อที่เมตตามีพระอรหัต เป็นอย่างยิ่งนั้น. ฉะนั้น ทรงเริ่มเทศนานี้เพื่อแสดงข้อนั้น. แม้ในบทเป็น ต้นว่า สพฺพโส วา ปน รูปสญฺานํ สมติกฺกมฺมา พึงทราบถึงประโยชน์ ในการเริ่มต้นของเทศนา โดยนัยนี้อีกต่อไป. บทว่า สุภปรมํ ความว่า มีความงามเป็นที่สุด มีความงามเป็น ส่วนสุด มีความงามสำเร็จ. บทว่า อิธ ปญฺสฺส ความว่า ปัญญาของเธอ ในธรรมวินัยนี้ ปัญญาในที่นี้ ยังล่วงโลกนี้ไม่ได้. อธิบายว่า ปัญญานั้นเป็น โลกิยปัญญา. บทว่า อุตฺตริวิมุตฺตึ อปฺปฏิวิชฺฌโต ความว่า แทงตลอด โลกุตรธรรมยังไม่ได้. อธิบายว่า ส่วนภิกษุใด ย่อมสามารถเพื่อแทงตลอด ได้ ภิกษุนั้น ได้เมตตา มีอรหัตเป็นอย่างยิ่ง. แม้ในบทว่า กรุณาเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสธรรมมีความงาม เป็นอย่างยิ่งเป็นต้น แห่งธรรมมีเมตตาเป็นต้นเหล่านั้น. ตอบว่า เพราะธรรม นั้น เป็นอุปนิสัยของภิกษุนั้น ๆ ด้วยอำนาจความเป็นธรรมมีส่วนเสมอกัน. ความจริง พวกสัตว์ ไม่เป็นสิ่งปฏิกูลสำหรับภิกษุผู้อยู่ด้วยเมตตา. ลำดับนั้น เมื่อเธอนำจิตเข้าไปในสีเขียวเป็นต้น อันเป็นสีบริสุทธิ์ ไม่ปฏิกูล จิตย่อม แล่นไปในสิ่งอันไม่เป็นปฏิกูลนั้น โดยไม่ยาก เมตตาเป็นอุปนิสสัยปัจจัยแห่ง สุภวิโมกข์ ด้วยอาการอย่างนั้น หายิ่งกว่านั้นไม่ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า สุภปรมา ดังนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ