เล่มที่ 30
ส่วนที่ 199
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 199 อ้างอิง: Book 30, Section 199 ประเภท: section
เนื้อหา
จบมารสูตรที่ ๓ * สูตรที่ ๓ ไม่มีอรรถกถาแก้. สาวัตถีนิทาน ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้ มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้า แต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า คนโง่ คนใบ้ คนโง่ คนใบ้ ดังนี้ ด้วยเหตุ เพียงเท่าไรหนอ จึงจะเรียกว่า คนโง่ คนใบ้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คน โง่ คนใบ้ ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนไม่เจริญแล้ว ไม่กระทำให้มากแล้ว โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน. คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คนโง่ คนใบ้ ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันตน ไม่เจริญแล้ว ไม่กระทำให้มากแล้ว. พึงทราบวินิจฉัยใน ทุปปัญญสูตรที่ ๔. บทว่า เอฬมูโค ความว่า คนเมื่อไม่สามารถเพื่อจะเปล่งวาจาทาง ปากได้ เป็นคนใบ้พูดไม่ได้ เพราะโทษทั้งหลาย. คำที่เหลือในบททั้งปวง ง่าย ทั้งนั้นแล. ด้วยเหตุเพียงเท่าไรจึงเรียกว่าคนมีปัญญา สาวัตถีนิทาน. ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า คนมี ปัญญา ไม่ใช่คนใบ้ คนมีปัญญา ไม่ใช่คนใบ้ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงจะเรียกว่า คนมีปัญญา ไม่ใช่คนใบ้. พ. ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คนมีปัญญา ไม่ใช่คนใบ้ ก็ เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว. โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์. ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คน มีปัญญา ไม่ใช่คนใบ้ ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ