เล่มที่ 30

ส่วนที่ 19

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 19 อ้างอิง: Book 30, Section 19 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุนั้นได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า อมตะ ๆ ดังนี้ อมตะ เป็นไฉน ทางที่จะให้ถึงอมตะเป็นไฉน. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่าอมตะ อริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ คือ สัมมา- ทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้แลเรียกว่าทางที่จะให้ถึงอมตะ. พึงทราบวินิจฉัยใน ทุติยภิกขุสูตรที่ ๗. บทว่า นิพฺพานธาตุยา โข เอตํ ภิกฺเข อธิวจนํ ความว่า นั่น เป็นชื่อแห่งนิพพานธาตุอันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ เป็นอมตะ. บทว่า อาสวานํ ขโย เตน วุจฺจติ ท่านแสดงว่า อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า ธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ เพราะความกำจัดราคะเป็นต้นนั้นเสียได้. พระอรหัต ชื่อว่า ความสิ้นอาสวะ. บทว่า ราควินโย เป็นอาทินั่น เป็นชื่อแม้ของพระอรหัตเท่านั้น. บทว่า เอตทโวจ ความว่า เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้ฉลาดในอนุสนธิ เมื่อทูลถามจึง ได้กราบทูลอย่างนี้ว่า พระศาสดาเมื่อตรัสว่า ธาตุ ก็ตรัสนิพพานแก่เราแล้ว ส่วนทางแห่งนิพพานนั้นพระองค์ยังไม่ตรัส เราจักทูลให้พระองค์ตรัสทางแห่ง นิพพานนั้น จึงทูลถามดังนี้ . สาวัตถีนิทาน. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดู ก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดง จักจำแนกอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงพึงอริยมรรคนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุพวกนั้นทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ