เล่มที่ 29
ส่วนที่ 135
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 135 อ้างอิง: Book 29, Section 135 ประเภท: section
เนื้อหา
ครั้งนั้นแล จิตตคฤหบดีได้พาเอาอเจลกัสสปเข้าไปหาภิกษุผู้เถระ ถึงที่อยู่แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย อเจลกัสสปผู้นี้เคยเป็นสหาย ของข้าพเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ ขอพระเถระทั้งหลายจงให้อเจลกัสสป ผู้นี้บรรพชาอุปสมบทเถิด ข้าพเจ้าจักบำรุงเธอด้วยจีวร บิณฑบาต เสนา- สนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริกขาร. อเจลกัสสปได้บรรพชาอุปสมบทใน พระธรรมวินัยแล้ว. ท่านพระอเจลกัสสปอุปสมบทแล้วไม่นาน หลีกออก จากหมู่ อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจแน่วแน่กระทำให้แจ้ง ซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ที่กุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็น บรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่รู้ ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่น เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แลท่านพระอเจลกัสสปได้เป็นพระอรหันต์ องค์หนึ่งในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย. พึงทราบวินิจฉัยในอเจลสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้. บทว่า กีวจิรํ ปพฺพชิโต ความว่า เวลานานเท่าไร. บทว่า อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ ชื่อว่า มนุสสธรรม. ยิ่ง กว่ามนุสสธรรมนั้นชื่อว่าอุตตริมนุสสธรรม. บทว่า อลมริยญาณทสฺสน- วิเสโส ความว่า ญาณทัสสนวิเศษกล่าวคือ อลมริยธรรมเพราะสามารถ เพื่อทำความเป็นอริยะ. บทว่า นคฺเคยฺย คือจากความเป็นคนเปลือย บทว่า มุญฺเฑยฺย คือจากความเป็นคนโล้น. บทว่า วาฬนิปฺโปตนาย คือจาก การปัดฝุ่น อธิบายว่า เมื่อเขานั่งที่พื้นดิน ก็แต่เพียงถือแซ่หางนกยูงเพื่อ ปัดฝุ่นธุลีและทรายที่ติดอยู่ใกล้ที่นั่ง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ