เล่มที่ 29

ส่วนที่ 129

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 129 อ้างอิง: Book 29, Section 129 ประเภท: section


เนื้อหา

ธรรม ๑๓ คือวิปัสสนา ๑ อรูป ๔ มรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนิมิตตาเจโตวิมุตติ . ในธรรม ๑๓ นั้น วิปัสสนา ชื่อว่า อนิมิตตะ เพราะอรรถว่าเพิกถอนนิมิตว่าเที่ยงเป็นสุข เป็นตนเสียได้ อรูป ๔ ชื่อว่า อนิมิต เพราะไม่มีรูปนิมิต. มรรคและผล ชื่อว่า อนิมิต เพราะไม่มีกิเลส เป็นตัวกระทำนิมิต. แม้นิพพาน ก็เป็นอนิมิตเท่านั้น. แต่ท่านไม่ถือเอา นิพพานนั้น เพราะไม่ใช่เจโตวิมุตติ. ถามว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ถือเอา สุญญตาเจโตวิมุตติ. ตอบว่า สุญญาตาเจโตวิมุตตินั้น ไม่จัด เข้าในธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น ท่านแยกไว้ไม่ถือเอา เพราะบาลีว่า สุญฺา ราเคน เป็นอาทิ. บทว่า เอกตฺถา ความว่า มีอรรถอย่างเดียวกัน ด้วยสามารถแห่งอารมณ์. ก็บทเหล่านั้น คือ อัปปมาณะ อากิญจัญญะ สุญญตะ อนิมิตตะ ทั้งหมด เป็นชื่อของนิพพานนั้นเอง. โดยปริยาย อย่างนี้ จึงมีอรรถเป็นอันเดียวกัน. แต่พยัญชนะต่างกัน โดยปริยายนี้ว่า ก็ในที่แห่งหนึ่ง เป็นอัปปมาณา ในที่แห่งหนึ่งเป็นอากิญจัญญา ในที่ แห่งหนึ่งเป็นสุญญตา ในที่แห่งหนึ่งเป็นอนิมิตตา. ว่าด้วยปัญหา ๑๐ ข้อของนิครณฐนาฏบุตร ก็สมัยนั้นแล นิครณฐนาฏบุตรได้ไปถึงราวป่าชื่อว่า มัจฉิกาสณฑ์พร้อมด้วยนิครณฐ์บริษัทเป็นอันมาก. จิตตคฤหบดีได้สดับ ข่าวว่า นิครณฐนาฎบุตรได้มาถึงราวป่าชื่อว่ามัจฉิกาสณฑ์พร้อมด้วย นิครณฐ์บริษัทเป็นอันมาก. ครั้งนั้นแล จิตตคฤหบดีพร้อมด้วยอุบาสก หลายคนเข้าไปหานิครณฐนาฏบุตรแล้ว ได้ปราศรัยกับนิครณฐนาฏบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงได้นั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นแล้วนิครณฐนาฏบุตรได้ถามจิตตคฤหบดีว่า ดูก่อนคฤหบดี ท่านย่อมเชื่อต่อพระสมณโคดมว่า สมาธิที่ไม่มีวิตกวิจารมีอยู่ ความดับ วิตกวิจารมีอยู่หรือ. จิตตคฤหบดีกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าไม่ได้เชื่อต่อ พระผู้มีพระภาคเจ้า ในข้อนี้ว่า สมาธิอันไม่มีวิตกวิจารมีอยู่ ความดับแห่ง วิตกวิจารมีอยู่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ