เล่มที่ 29
ส่วนที่ 127
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 127 อ้างอิง: Book 29, Section 127 ประเภท: section
เนื้อหา
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ เป็นไฉน. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนฌานด้วยมนสิการว่า อะไรๆ หน่อยหนึ่งไม่มี ดังนี้ อยู่ นี้เรียกว่า อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ . ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สุญญตาเจโตวิมุตติเป็นไฉน. ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดีาม อยู่โคนต้นไม้ก็ตาม อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ตาม ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ ว่า นี้ว่างเปล่าจากตน หรือจากสิ่งที่เนื่องในตน เรียกว่า สุญญตาเจโตวิมุตติ . ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็อนิมิตตาเจโตวิมุตติเป็นไฉน. ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเข้าถึงอนิมิตตาเจโตวิมุตติเพราะไม่ มนสิการถึงนิมิตทั้งปวงอยู่ นี้เรียกว่า อนิมิตตาเจโตวิมุตติ ข้าแต่ท่าน ผู้เจริญ นี้คือปริยายที่เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้อาศัยแล้ว มีอรรถต่างกัน และมีพยัญชนะต่างกัน. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ปริยายที่เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้ อาศัยแล้ว มีอรรถเป็นอันเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้นเป็นไฉน ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ราคะ โทสะ โมหะ ชื่อว่ากิเลสตัวกระทำประมาณ กิเลสเหล่านั้นอันภิกษุผู้ขีณาสพละได้แล้ว ตัดมูลรากขาดแล้ว ทำไห้เป็น เหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา อัปป- มาณาเจโตริมุตติอันไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโตวิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเลิศกว่าอัปปมาณาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ นั้น ว่างเปล่าจากราคะ โทสะ โมหะ ราคะ โทสะ โมหะ ชื่อว่าเป็นกิเลส เครื่องกังวล กิเลสเหล่านั้นอันภิกษุผู้ขีณาสพ ละได้แล้ว ตัดมูลรากขาด แล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เป็นธรรมดา อากิญจัญญาเจโตวิมุตติอันไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโต. วิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเลิศกว่าอากิญจัญญาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโต- วิมุตติอันไม่กำเริบนั้นว่างเปล่าจากราคะ โทสะ โมหะ ราคะ โทสะ โมหะ ชื่อว่าเป็นกิเลสเครื่องกระทำนิมิต ( เครื่องหมาย ) กิเลสเหล่านั้นอัน ภิกษุผู้ขีณาสพละได้แล้ว ตัดมูลรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอด ด้วน ทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา. อนิมิตตาเจโตวิมุตติอัน ไม่กำเริบมีประมาณเท่าใด เจโตวิมุตติบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเลิศกว่าอนิมิต- ตาเจโตวิมุตติเหล่านั้น ก็เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบนั้นว่างเปล่าจากราคะ โทสะ โมหะ. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ปริยายนี้เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้อาศัยแล้ว มี อรรถเป็นอันเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น ท่านพระโคทัตตะ กล่าวว่า ดูก่อนคฤหบดี การที่ปัญญาจักษุของท่านหยั่งทราบในพระพุทธ- พจน์ที่ลึกซึ้ง ชื่อว่าเป็นลาภของท่าน ท่านได้ดีแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ