เล่มที่ 29
ส่วนที่ 124
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 124 อ้างอิง: Book 29, Section 124 ประเภท: section
เนื้อหา
ถามว่า ชื่อว่านิโรธนี้ อย่างไร . ตอบว่าการพิจารณาขันธ์ ๔ แล้ว ไม่เป็นไป. ถามว่า เมื่อเป็น เช่นนั้น พวกภิกษุ ย่อมเข้านิโรธนั้น เพื่อประโยชน์อะไร. ตอบว่า ย่อมเข้าเพื่อประโยชน์นี้ว่า พวกเรา ( เคย ) เป็นผู้กระสันในความเป็นไป แห่งสังขารทั้งหลาย ( บัดนี้ ) จักเป็นผู้ไม่มีจิตอยู่เป็นสุขตลอด ๗ วัน นิโรธนี้ ชื่อว่า ทิฎฐธรรมนิพพาน-นิพพานในปัจจุบัน . บทว่า จิตฺตสงฺขาโร ปมํ อุปฺปชฺชติ ความว่า ก็เมื่อภิกษุ ออกจากนิโรธ จิตคือผลสมาบัติ ย่อมเกิดขึ้นก่อน. ท่านกามภูหมายถึง สัญญาแลเวทนา อันสัมปยุตด้วยจิตคือผลสมาบัตินั้นแล้ว จึงกล่าวว่า จิตฺตสงฺขาโร ปมํ อุปฺปชฺชติ บทว่า ตโต กายสงฺขาโร ความว่า ต่อจากนั้น กายสังขาร ย่อมเกิดขึ้นในภวังคสมัย. ถามว่า ก็ผลสมาบัติ ย่อมไม่ยังลมหายใจเข้าและหายใจออกให้ตั้ง ขึ้นหรือ ตอบว่า ให้ตั้งขึ้น. แต่ว่าผลสมาบัติ ของภิกษุประกอบด้วย จตุตถฌาน ผลสมาบัตินั้น จึงไม่ยังลมอัสสาสปัสสาสะให้ตั้งขึ้น ประโยชน์ อะไรด้วยลมอัสสาสปัสสาสะนั้น ผลสมาบัติถึงจะมีในปฐมฌานก็ตาม จะมี ในทุติยฌาน ตติยฌานและจตุตถฌานก็ตาม จงยกไว้. เมื่อภิกษุออกจาก สมาบัติแล้ว ลมอัสสาสปัสสาสะ. ย่อมเป็นอัพโพหาริก ( มีเหมือนไม่มี ). ความที่ลมอัสสาสปัสสาสะเหล่านั้น เป็นอัพโพหาริก พึงทราบได้ด้วยเรื่อง ของพระสัญชีวเถระ เมื่อพระสัญชีวเถระ ออกจากสมาบัติแล้ว เหยียบย่ำ เดินไปบน ถ่านเพลิงปราศเปลวไฟเช่นดอกทองกวาว แม้สักว่าเปลวไฟก็ไม่ไหม้จีวร แม้สักว่าอาการแห่งไออุ่น ก็ไม่มี. เกจิอาจารย์ ย่อมกล่าวว่า นั้นชื่อว่า ผลของสมาบัติ. ท่านหมายอย่างนี้แล จึงกล่าวว่า เมื่อภิกษุออกจากผลสมาบัติ ลมอัสสาสปัสสาสะ ก็เป็นอัพโพหาริก เพราะเหตุนั้นนั่นพึงทราบว่า ท่าน กล่าวด้วยภวังคสมัยเท่านั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ