เล่มที่ 29

ส่วนที่ 7

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 7 อ้างอิง: Book 29, Section 7 ประเภท: section


เนื้อหา

ว่าด้วยพึงเห็นเวทนา ๓ โดยความเป็นทุกข์เป็นต้น [๓๖๗ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๓ เหล่านี้ เวทนา ๓ เป็น ไฉนคือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา ภิกษุทั้งหลาย พึง เห็นสุขเวทนา โดยความเป็นทุกข์ พึงเห็นทุกขเวทนาโดยความเป็นลูกศร พึงเห็นอทุกขมสุขเวทนาโดยความเป็นของไม่เที่ยง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะ เหตุที่ภิกษุเห็นสุขเวทนาโดยความเป็นทุกข์ เห็นทุกขเวทนาโดย ความเป็นลูกศร เห็นอทุกขมสุขเวทนาโดยความเป็นของไม่เที่ยง ภิกษุนี้เรา กล่าวว่า มีความเห็นโดยชอบ ตัดตัณหาได้เด็ดขาด เพิกถอนสังโยชน์ ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้ว เพราะละมานะได้ โดยชอบ. [๓๖๘] ถ้าภิกษุใดเห็นสุขโดยความเป็นทุกข์ เห็น ทุกข์โดยความเป็นลูกศร เห็นอทุกขมสุขซึ่งมี อยู่นั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ภิกษุนั้นเป็นผู้ เห็นโดยชอบ ย่อมกำหนดรู้เวทนาทั้งหลายได้ ครั้นกำหนดรู้เวทนาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมีได้ใน ปัจจุบัน คงอยู่ในธรรม ถึงที่สุดเวทนา เมื่อตาย ไปย่อมไม่นับว่าเป็นผู้กำหนัด ขัดเคือง เป็นผู้ งมงาย. พึงทราบวินิจฉัยในทัฏฐัพพสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้. บทว่า ทุกฺขโค ทฏฺ€พฺพา ความว่า พึงเห็นโดยความเป็นทุกข์ ด้วยอำนาจความเปลี่ยนแปลง. บทว่า สลฺลโต ความว่า ส่วนทุกข์พึง เห็นว่าเป็นลูกศรด้วยอรรถว่าเป็นเครื่องแทง. บทว่า อนิจฺจโต ความว่า พึงเห็นอทุกขมสุขโดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยอาการมีแล้วก็ไม่มี. บทว่า อทฺท คือ ได้เห็นแล้ว. บทว่า สนฺตํ คือ มีอยู่เป็นภาพ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ