เล่มที่ 28
ส่วนที่ 195
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 195 อ้างอิง: Book 28, Section 195 ประเภท: section
เนื้อหา
ในเวรหัญจานีสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า กามณฺฑาย ได้แก่ ในนครมีชื่ออย่างนี้. บทว่า ยคฺเฆ เป็นนิบาต ลงในอรรถว่า ทักท้วง คำที่เหลือง่ายทั้งนั้นแล. จบ อรรถกถาเวรหัญจานีสูตรที่ ๑๐ จบ คหปติวรรคที่ ๓ ๑. เวสาลีสูตร ๒. วัชชีสูตร ๓. นาฬันทาสูตร ๔. ภารทวาช สูตร ๕. โสณสูตร ๖. โฆสิตสูตร ๗. หาลิททกานิสูตร ๘. นกุลปิตุ สูตร ๙. โลหิจจสูตร ๑๐. เวรหัญจานีสูตร ว่าด้วยความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ นิคมชื่อว่า เทวทหะ ของศากยราชทั้งหลาย สักกชนบท ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า ภิกษุทุกรูป ควรทำกิจด้วยความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่ เราไม่กล่าวว่า ภิกษุทุกรูปไม่ควรทำกิจด้วยความไม่ประมาทในผัสสาย- ตนะ ๖ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใดเป็นอรหันตขีณาสพ อยู่จบ พรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว มีประโยชน์ตน อันบรรลุโดยลำดับแล้ว มีสังโยชน์ในภพหมดสิ้นแล้ว เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้โดยชอบ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า ภิกษุเหล่านั้นไม่ควรทำ กิจด้วยความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร. เพราะ เหตุว่า กิจอันจะพึงทำด้วยความไม่ประมาท ภิกษุอรหันต์เหล่านั้นทำเสร็จ แล้ว ไม่ควรประมาทด้วยกิจนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนว่าภิกษุเหล่าใด เป็นเสขะยังไม่บรรลุอรหัตตผล ปรารถนาธรรมอันเกษมจากโยคะ ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า ภิกษุเหล่านั้นควรทำ กิจด้วยความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร. เพราะ เหตุว่า รูปทั้งหลายอันจะพึ่งรู้แจ้งด้วยจักษุ อันเป็นที่รื่นรมย์ใจก็มี อัน ไม่เป็นที่รื่นรมย์ใจก็มี รูปเหล่านั้นถูกกระทบกระทั่งแล้ว. ย่อมไม่ยึดจิตของ บุคคลนั้นตั้งอยู่ เพราะการไม่ยึดจิต ความเพียรไม่ย่อหย่อน เป็นอันบุคคล นั้นปรารภแล้ว สติไม่หลงลืม เป็นอันบุคคลนั้นเข้าไปตั้งไว้แล้ว กายไม่ กระสับกระส่ายสงบจิตมีอารมณ์อันเดียวตั้งมั่น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรา เห็นผลแห่งความไม่ประมาทนี้แล จึงกล่าวว่า ภิกษุเหล่านั้นควรทำกิจด้วย ความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖ ฯลฯ ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ อันเป็นที่รื่นรมย์ใจก็มี อันไม่เป็นที่รื่นรมย์ใจก็มี ธรรมารมณ์เหล่านั้น กระทบกระทั่งแล้ว ๆ ย่อมไม่ยึดจิตของบุคคลนั้นตั้งอยู่ เพราะการไม่ยึดจิต ความเพียรไม่ย่อหย่อน เป็นอันบุคคลนั้นปรารภแล้ว สติไม่หลงลืม เป็นอันบุคคลนั้นเข้าไปตั้งไว้แล้ว กายไม่กระสับกระส่าย ก็สงบจิตมีอารมณ์ อันเดียว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราเห็นผลแห่งความไม่ประมาทนี้แล จึง กล่าวว่า ภิกษุเหล่านั้นควรทำกิจด้วยความไม่ประมาทในผัสสายตนะ ๖.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ