เล่มที่ 27

ส่วนที่ 272

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 272 อ้างอิง: Book 27, Section 272 ประเภท: section


เนื้อหา

อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละกายนี้ไปเมื่อใด เมื่อ นั้นกายนี้จะถูกเขาทอดทิ้ง นอนอยู่ ไม่มีจิตใจ เป็นเหยื่อของสัตว์. การสืบเนื่องกันนี้เป็นเช่นนี้ นี้เป็นมายากล ที่คนโง่พร่ำเพ้อถึง ขันธ์ เรา ตถาคตกล่าวว่า เป็นเพชฌฆาต ตนหนึ่ง สาระใน เบญจขันธ์นี้ไม่มี ภิกษุผู้ปรารภความเพียรแล้ว มีสติ สัมปชัญญะ พึงพิจารณาขันธ์ทั้งหลาย อย่างนี้ ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน. ภิกษุเมื่อ ปรารถนา อจุติบท (นิพพาน) พึงละสังโยชน์ ทั้งปวง ทำที่พึ่งแก่ตน ประพฤติดุจบุคคลผู้มี ไฟไหม้ศีรษะ ฉะนั้น ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัย ใน เผณปิฌฑสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า คงฺคาย นทิยา ตีเร ๑ ความว่า พวกชาวเมืองอโยธยา เห็นพระตถาคตมีภิกษุจำนวนมากเป็นบริวาร เสด็จเที่ยวจาริกมาถึง ๑. ปาฐะว่า คงฺคาย นทิยา ตีเร ฉบับพม่าเป็น คงฺคาย นทิยา ตีเรติ แปลตามฉบับพม่า. เมืองของตน จึงได้ช่วยกันสร้างวัด ถวายพระศาสดาใน (ภูมิ) ประเทศ ที่เดียรดาษไปด้วยไพรสณฑ์ใหญ่ ตรงที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีแม่น้ำคงคาไหลวน. พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในวิหารนั้น พระสังคีติกาจารย์ หมายเอา วิหารนั้น จึงกล่าวว่า คงฺคาย นทิยา ตีเร ดังนี้. บทว่า ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ความว่า พระผู้มี- พระภาคเจ้าประทับอยู่ในวิหารนั้น เวลาเย็นเสด็จออกจากพระคันธกุฏี ไปประทับนั่งบนบวรพุทธอาสน์ที่ชาวเมืองจัดถวายไว้ ณ ริมฝั่ง แม่น้ำคงคา ทอดพระเนตรเห็นฟองน้ำใหญ่ลอยมาในแม่น้ำคงคา จึงทรงดำริว่า เราจักกล่าวธรรมข้อหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับเบญจขันธ์ ในศาสนาของเราดังนี้ แล้วได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายผู้นั่งแวดล้อมอยู่ ๑ .


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ