เล่มที่ 27

ส่วนที่ 202

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 202 อ้างอิง: Book 27, Section 202 ประเภท: section


เนื้อหา

ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของ พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้ รูปขันธ์, เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญญาณขันธ์, ปรากฏ ? พระพุทธเจ้า: ดูก่อนภิกษุ มหาภูตรูป ๔ แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้ รูปขันธ์ปรากฏ ผัสสะ เป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้ เวทนาขันธ์ปรากฏ ผัสสะ เป็นเหตุเป็นปัจจัย ทำให้ สัญญาขันธ์ปรากฏ ผัสสะ เป็นเหตุเป็นปัจจัย ทำให้สังขารขันธ์ปรากฏ นามรูป เป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้วิญญาณขันธ์ ปรากฏ. ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของ พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ สักกายทิฏฐิ มีได้อย่างใดหนอ? พระพุทธเจ้า: ดูก่อนภิกษุ ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ยังมิได้สดับ เป็นผู้ไม่ได้เห็น พระอริยเจ้า ไม่ฉลาดในอริยธรรม ไม่ได้รับแนะนำในอริยธรรม เป็นผู้ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในสัปปุริสธรรม ไม่ได้รับแนะนำ ในสัปปุริสธรรม ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นอัตตา ย่อมเห็นอัตตามีรูป ย่อมเห็น รูปในอัตตา ย่อมเห็นอัตตาในรูป ย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นอัตตา ย่อมเห็นอัตตามีเวทนา ย่อมเห็นเวทนาในอัตตา ย่อมเห็นอัตตาในเวทนา ย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นอัตตา ย่อมเห็นอัตตามีสัญญา ย่อมเห็น สัญญาในอัตตา ย่อมเห็นอัตตาในสัญญา ย่อมเห็นสังขารโดยความเป็น อัตตา ย่อมเห็นอัตตามีสังขาร ย่อมเห็นสังขารในอัตตา ย่อมเห็นอัตตาใน สังขาร ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นอัตตา ย่อมเห็นอัตตามีวิญญาณ ย่อมเห็นวิญญาณในอัตตา ย่อมเห็นอัตตาในวิญญาณ ดูก่อนภิกษุ สักกายทิฏฐิมีได้ด้วยอาการเช่นนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ