เล่มที่ 26

ส่วนที่ 623

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 623 อ้างอิง: Book 26, Section 623 ประเภท: section


เนื้อหา

ภิกษุนั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ก็กระทำ กิจส่วนตัวเหมือนกัน. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความ ปริวิตกแห่งจิตของภิกษุนั้นด้วยพระทัย จึงตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พวกเธออย่ายกโทษภิกษุนี้เลย ภิกษุนี้เป็นผู้มีปรกติได้ฌาน ๔ อันเป็นสุขวิหารธรรมในปัจจุบัน อันอาศัยอธิจิต ตามความปรารถนา ไม่ยาก ไม่ลำบาก กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณ- ภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า บุคคลปรารภความเพียรอันย่อหย่อน ปรารภความ เพียรด้วยกำลังน้อย ไม่พึงบรรลุพระนิพพานอันเป็น เครื่องปลดเปลื้องกิเลสทั้งปวงได้ แต่ภิกษุหนุ่มรูปนี้ เป็นอุดมบุรุษ ชำนะมารทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมทรง ไว้ซึ่งอัตภาพมีในที่สุด ดังนี้. จบนวสูตรที่ ๔ อรรถกถานวสูตรที่ ๔ ในนวสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อปฺโปสฺสุกฺโก ได้แก่ ไม่มีความขวนขวาย. บทว่า สงฺกตายติ๑ ได้แก่ อยู่. บทว่า เวยฺยาวจฺจํ ได้แก่ กิจที่จะพึงทำในจีวร. บทว่า อภิเจตสิกานํ ได้แก่ อาศัยอภิจิต คือจิตสูงสุด. บทว่า นิกามลาภี ได้แก่ เป็นผู้ได้ตามปรารถนา เพราะเป็นผู้สามารถเข้าสมาบัติในขณะที่ ปรารถนา. บทว่า อกิจฺฉลาภี ได้แก่ เป็นผู้ได้ไม่ยาก เพราะเป็น ผู้สามารถข่มอันตรายของฌานเข้าสมาบัติได้โดยง่าย. บทว่า อกสิรลาภี ได้แก่ เป็นผู้ได้อย่างไพบูลย์ . เพราะเป็นผู้สามารถออกได้ตามกำหนด อธิบายว่า มีฌานคล่องแคล่ว. บทว่า สิถิลมารพฺภ ได้แก่ ใช้ ความเพียรย่อหย่อน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ