เล่มที่ 26
ส่วนที่ 468
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 468 อ้างอิง: Book 26, Section 468 ประเภท: section
เนื้อหา
พ. เอาเถิดภิกษุทั้งหลาย โทษได้ครอบงำพวกเธอ ผู้พาลอย่างไร ผู้หลงอย่างไร ผู้ไม่ฉลาดอย่างไร เธอเหล่าใดบวชใน ธรรมวินัยที่เรากล่าวดีแล้วอย่างนี้ ได้กล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะว่า จงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล พวกเธอมาเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ทำคืนเสียตามสมควรแก่ธรรม เมื่อนั้นเราทั้งหลายขอรับโทษนั้นของเธอเหล่านั้น ก็การที่บุคคลเห็นโทษ โดยความเป็นโทษแล้ว พำคืนเสียตามสมควรแก่ธรรม และถึงความ สำรวมต่อไป นี้เป็นความเจริญในวินัยของพระอริยเจ้า. พึงทราบวินิจฉัยใน ปฐมโอวาทสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้. บทว่า อหํ วา ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเพราะเหตุไร. ตอบว่า เพื่อตั้งพระเถระไว้ในฐานะของพระองค์. ถามว่า พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ไม่มีหรือ. ตอบว่า มี. แต่พระองค์ได้มีความดำริ อย่างนี้ว่า พระเถระเหล่านี้ จักดำรงอยู่นานไม่ได้. ส่วนกัสสปมีอายุ ๑๒๐ ปี. เมื่อเราปรินิพพานแล้ว กัสสปนั้นจักนั่งในถ้ำสัตตบรรณคูหา ทำการรวบรวมพระธรรมวินัย ทำเวลาประมาณ ๕,๐๐๐ ปี ของเราให้ เป็นไปได้. เราจึงตั้งเธอไว้ในฐานะของตน. พวกภิกษุจักสำคัญคำของ กัสสปอันตนพึงฟังด้วยดี. เพราะฉะนั้น พระองค์จึงตรัสอย่างนี้. บทว่า ทุพฺพจา ความว่า พวกภิกษุพึงเป็นผู้ว่ายาก. บทว่า โทวจสฺสกรเณหิ คือ ด้วยการทำให้เป็นผู้ว่ายาก. บทว่า อปทกฺขิณคฺคาหิโน ท่านแสดงว่า ฟังอนุศาสนีแล้ว ไม่รับเอาโดยความเคารพ ไม่ปฏิบัติตามคำสอน เมื่อไม่ ปฏิบัติ เป็นผู้ชื่อว่ารับเอาโดยไม่เคารพ. บทว่า อจฺจาวทนฺเต ความว่า กล่าวเลยไป คือพูดมากเกินไป เพราะอาศัยการเรียนพระสูตรมาก. บทว่า โก พหุตรํ ภาสิสฺสติ ความว่า เมื่อกล่าวธรรม ย่อมกล่าวว่า ใครจักกล่าวธรรมมาก. ท่านหรือ หรือว่าเรา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ