เล่มที่ 26
ส่วนที่ 461
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 461 อ้างอิง: Book 26, Section 461 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดีละ ดีละ กัสสป ได้ยินว่า เธอปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ดูก่อนกัสสป เพราะเหตุนั้นแล เธอจงทรงผ้าบังสุกุล อันไม่น่านุ่งห่ม จงเที่ยวบิณฑบาต และจงอยู่ในป่าเถิด ฉะนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน ชิณณสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้. บทว่า ชิณฺโณ ได้แก่ พระเถระแก่. บทว่า ครุกานิ ความว่า ผ้าป่านเป็นผ้าหลายชั้น เป็นของหนักด้วยเย็บด้วยด้ายและด้วยผ้าดามในที่ ที่ชำรุด ๆ จำเดิมแต่เวลาที่ท่านได้ผ้านั้น จากสำนักของพระศาสดา. บทว่า นิพฺพสนานิ ความว่า ได้ชื่อว่าอย่างนี้ เพราะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง นุ่งมาก่อนแล้วเลิกไป. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเธอชราและทรงผ้า บังสุกุลหนัก. บทว่า คหปตานิ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า เธอจง เลิกทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ทรงจีวรอันคฤหบดีถวายเถิด. บทว่า นิมนฺตนานิ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า เธอจงเลิกองค์ผู้เที่ยวบิณฑบาต เป็นบัตร บริโภคภัตรที่เขานิมนต์มีสลากภัตรเป็นต้น. บทว่า มม สนฺติเก พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า เธอจงเลิกองค์ผู้อยู่ป่าเป็นวัตร อยู่ในเสนาสนะ ใกล้บ้านเถิด. ถามว่า ก็พระราชา ทรงตั้งเสนาบดีในตำแหน่งเสนาบดี เมื่อเสนานดีนั้นให้พระราชาทรงยินดีด้วยหน้าที่ของตน มีความจงรักภักดี ต่อพระราชาเป็นต้น ทรงเอาตำแหน่งนั้นไปพระราชทานแก่คนอื่น ชื่อว่า ทรงกระทำไม่สมควรฉันใด พระศาสดาก็ฉันนั้น เสด็จไปสิ้นทาง ๓ คาวุต เพื่อไปต้อนรับพระมหากัสสปเถระ ประทับที่โคนต้นพหุปุตตะ ระหว่าง กรุงราชคฤห์กับนาลันทา ทรงให้โอวาท ๓ ข้อ ทรงเปลี่ยนจีวรของพระ- องค์กับพระมหากัสสปเถระนั้น ได้ทรงทำพระเถระให้อยู่ในป่าตามธรรม- ชาติเป็นวัตร และให้ทรงผ้าบังสุกุลตามธรรมชาติเป็นวัตร. เมื่อท่านยัง พระทัยของพระศาสดาให้ทรงยินดีอยู่ด้วยกัตตุกัมยตาฉันทะ พระศาสดา พระองค์นั้น ทรงให้เลิกธุดงค์มีองค์ผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตรเป็นต้น ทรง ชักซวนในการรับคหบดีจีวรเป็นต้น ชื่อว่าทรงกระทำไม่สมควรมิใช่หรือ. ตอบว่า ทรงไม่กระทำ. ถามว่า เพราะเหตุไร. ตอบว่า เพราะ เป็นอัธยาศัยของตน. แท้จริง พระศาสดาจะทรงให้พระเถระเลิกธุดงค์ก็ หามิได้. เปรียบเหมือนกลองยังไม่ได้ตีเป็นต้น ย่อมไม่ดังฉันใด ทรง ประสงค์จะให้พระเถระบันลือสีหนาทด้วยทรงดำริว่า คนเห็นปานนี้ยังไม่ ถูกกระทบ ย่อมไม่บันลือสีหนาทฉันนั้น จึงตรัสอย่างนี้ โดยอัธยาศัย แห่งสีหนาท. แม้พระเถระบันลือสีหนาทโดยนัยเเป็นต้นว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นผู้อยู่ป่าตลอดกาลนาน ดังนี้ โดยสมควรแด่พระ อัธยาศัยของพระศาสดาเท่านั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ