เล่มที่ 26
ส่วนที่ 453
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 453 อ้างอิง: Book 26, Section 453 ประเภท: section
เนื้อหา
การเปล่งวาจาอันไม่สมควรในท่ามกลางสงฆ์ คณะ บุคคล และ ในละแวกบ้าน ชื่อว่าความคะนองวาจามีฐานะ ๔ เช่นภิกษุบางรูปใน ธรรมวินัยนี้ไม่บอกก่อน กล่าวธรรมในท่ามกสางสงฆ์ ในท่ามกลางคณะ และในสำนักบุคคลมีประการตามที่กล่าวแล้วในก่อนอย่างนั้น ถูกพวก มนุษย์ถามอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่บอกภิกษุผู้แก่กว่าแก้ปัญหา. ส่วนใน ละแวกบ้าน ย่อมกล่าวคำเป็นต้นว่า ชื่อแม้ไฉน ข้าวยาคู หรือของ ควรเคี้ยว ควรบริโภคมีอยู่หรือ ท่านจะให้อะไรแก่เรา. วันนี้เราจักเคี้ยว อะไร จักกินอะไร จักดื่มอะไร. การไม่ถึงอัชฌาจารด้วยกายวาจาใน ฐานะเหล่านั้น ๆ แต่ใจตรึกถึงกามวิตกเป็นต้น ชื่อว่าความคะนองใจ ซึ่งมี ฐานะมิใช่น้อย. อนึ่ง ความที่ภิกษุผู้ทุศีล แม้มีความปรารถนาลามกอัน เป็นไปอย่างนี้ว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีศีลดังนี้ ชื่อว่าความคะนองใจ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า พวกเธอเป็นผู้คะนองเข้าไปหา เพราะไม่มี ความคะนองเหล่านี้ทั้งหมดด้วยประการฉะนี้. บทว่า ชรุทปานํ ได้แก่ บ่อน้ำเก่า. บทว่า ปพฺพตวิสมํ ได้แก่ ที่เป็นหลุม คือเป็นเหวบนภูเขา. บทว่า นทีวิทุคฺคํ ได้แก่ แม่น้ำที่ขาดเป็นห้วง ๆ. บทว่า อปกสฺเสว กายํ ได้แก่ ผู้ใดขวนขวายในการเล่นเป็นต้น ไม่พรากกาย ไม่ร่วมกัน ทำกรรมหนักตลอดสถานที่เช่นนั้น ไม่ยึดถือผู้ช่วย ไม่พรากจิต คำนึงโดย ลำดับ เพราะเห็นโทษว่าบุคคลผู้ตกไปในที่นี้ ย่อมถึงมือและเท้าหักเป็นต้น จึงมีความรักมองดู. บุคคลนั้นตกไปแล้ว ย่อมประสบสิ่งมิใช่ประโยชน์มีมือ และเท้าหักเป็นต้น. ส่วนผู้ใดต้องการน้ำ เป็นผู้ใคร่จะตรวจดูด้วยกิจอื่น หรือกิจบางอย่าง พรากกาย ร่วมกันทำกรรมหนัก ยึดถือผู้ช่วยเหลือ พราก แม้จิต มองดูเกิดสังเวชเพราะเห็นโทษ. ผู้นั้นแลดูตามความชอบใจ แล้วมี ความสุข ย่อมหลีกไปตามความปรารถนา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ