เล่มที่ 26
ส่วนที่ 446
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 446 อ้างอิง: Book 26, Section 446 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา ความว่า ธรรมที่ไม่มี โทษ กล่าวคือศีล สมาธิ มรรคและผลที่ตนยังไม่ได้. บทว่า อุปฺปนฺนา ได้แก่ กุศลธรรมเหล่านั้นอันตนได้แล้ว. บทว่า นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุํ ความว่า ธรรมมีศีลเป็นต้นเหล่านั้น เมื่อดับไปเพราะยังไม่ เกิด ด้วยอำนาจความเสื่อม. ก็ในธรรมมีศีลเป็นต้นนี้ โลกิยธรรมย่อม เสื่อม. โลกุตรธรรมไม่มีเสื่อม. ส่วนเทศนานี้ ท่านแสดงด้วยอำนาจ สัมมัปปธานนี้ว่า เพื่อความดำรงอยู่แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นเนื้อความในข้อนี้อย่างนี้ว่า เมื่อทุติยมรรคยังไม่เกิด ปฐมมรรคเมื่อดับ พึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์. สัมมัปปธาน ๔ เหล่านี้ ท่านกล่าวในสูตรนี้ ด้วยอำนาจวิปัสสนาส่วนเบื้องต้น ด้วย ประการฉะนี้แล. ว่าด้วยเปรียบภิกษุจงทำตัวเป็นดุจพระจันทร์ พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นประดุจพระจันทร์ จงพรากกาย พรากจิตออก เป็นผู้ใหม่ เป็นนิตย์ เป็นผู้ไม่คะนองในสกุลทั้งหลายเข้าไปสู่สกุลเถิด ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงพรากกาย พรากจิต แลดูบ่อน้ำซึ่ง คร่ำคร่า หรือที่เป็นหลุมเป็นบ่อบนภูเขา หรือแม่น้ำที่ขาดเป็นห้วง ฉันใด พวกเธอจงเป็นประดุจพระจันทร์ จงพรากกาย พรากจิตออก เป็นผู้ใหม่ เป็นนิตย์ ไม่คะนองในสกุล เข้าไปสู่สกุล ฉันนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กัสสปเปรียบประดุจพระจันทร์ พรากกาย พรากจิตออกแล้ว เป็นผู้ใหม่ อยู่เป็นนิตย์ ไม่คะนองในสกุลทั้งหลายเข้าไปสู่สกุล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ