เล่มที่ 26

ส่วนที่ 290

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 290 อ้างอิง: Book 26, Section 290 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อท่าน พระนารทะ กล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ ได้กล่าวกะ ท่านพระปวิฏฐะ ว่า ดูก่อน ท่านปวิฏฐะ ท่านชอบพูดอย่างนี้ ท่านได้พูดอะไรกะ ท่านนารทะ บ้าง พระปวิฏฐะ กล่าวว่า ท่านอานนท์ ผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้พูดอะไรกะ ท่านนารทะ นอกจากกัลยาณธรรม นอกจากกุศลธรรม. ใน โกสัมพีสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อญฺตฺเรว ความว่า ก็คนบางคนเชื่อต่อผู้อื่น ย่อมยึดถือ ว่า ข้อที่ผู้นี้กล่าวนั้นเป็นความจริง ย่อมชอบใจเหตุที่ผู้อื่นนั่งคิดอยู่ เขา ย่อมยึดถือตามความชอบใจว่า นั่นมีได้ คนหนึ่งยึดถือตามที่เล่ากันมาว่า เรื่องเล่าลืออย่างนี้มีมานาน นั่นเป็นความจริง. เมื่อคนอื่นตรึกอยู่ ย่อม ปรากฏเหตุเป็นอย่างหนึ่ง เขายึดถือโดยตรึกตามอาการว่า นั่นมิได้ ย่อม ทนต่อทิฏฐิอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นแก่อีกคนหนึ่ง ผู้คิดเพ่งพินิจถึงเหตุอยู่ เขาย่อมยึดถือด้วยความทนต่อการเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิว่า นั่นมีได้. แต่ พระเถระปฏิเสธเหตุทั้ง ๕ เหล่านี้ เมื่อถามถึงภาวะที่แทงตลอดด้วยญาณ ที่ประจักษ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า อญฺตฺเรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า อญฺตฺร ได้แก่เว้นเหตุมีศรัทธาเป็นต้น อธิบายว่า เว้นจากเหตุเหล่านั้น. บทว่า ภวนิโรโธ นิพฺพานํ ได้แก่ พระนิพพานคือการดับสนิทแห่งเบญจขันธ์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ