เล่มที่ 26

ส่วนที่ 264

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 264 อ้างอิง: Book 26, Section 264 ประเภท: section


เนื้อหา

ใน อัตถิราคสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. คำว่า ราโค เป็นต้น เป็นชื่อของโลภะนั่นเอง. จริงอยู่ โลภะนั้น เรียกว่า ราคะ ด้วยอำนาจความยินดี เรียกว่า นันทิ ด้วยอำนาจความ เพลิดเพลิน เรียกว่า ตัณหา ด้วยอำนาจความอยาก. บทว่า ปติฏฺ€ิตํ ตตฺถ วิญฺาณํ วิรุฬหํ ความว่า ตั้งอยู่และงอกงาม เพราะสามารถ ทำกรรมให้แล่นไปแล้วชักปฏิสนธิมา. บทว่า ยตฺถ เป็นสัตตวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งวัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ยตฺถ นี้ เป็นสัตตมีวิภัตติ ใช้ในบทต้น ๆ ในที่ทุกแห่ง. บทว่า อตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุฑฺฒิ นี้ ท่านกล่าวหมายเอาสังขารซึ่งมีวัฏฏะเป็นเหตุต่อไป ของนามรูปซึ่งตั้งอยู่ในวิบากวัฏนี้. บทว่า ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺ- ภวาภินิพฺพตติ ความว่า การเกิดในภพใหม่ต่อไปมีอยู่ในที่ใด. ในคำว่า เอวเมว โข นี้ มีการเปรียบเทียบด้วยอุปมาดังต่อไปนี้. ก็กรรมที่เกิดพร้อมและกรรมที่อุดหนุน (สหกรรมและสสัมภารกรรม) เหมือนช่างย้อมและช่างเขียน วัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ เหมือนแผ่น กระดานฝาและแผ่นผ้า กรรมอันเป็นตัวปรุงแต่งย่อมสร้างรูปในภพ ทั้งหลาย เหมือนช่างย้อมและช่างเขียน ย่อมสร้างรูปที่แผ่นกระดานเป็น ต้นที่บริสุทธิ์ ในอุปมาเหล่านั้น คนบางคนเมื่อทำกรรม ย่อมทำด้วยจิตที่ เป็นญาณวิปปยุต กรรมนั้น ( ของเขา) เมื่อจะสร้างรูป ย่อมไม่ให้ความ สมบูรณ์แห่งรูปสำหรับจักษุเป็นต้น สร้างแต่รูปที่วรรณะไม่งาม ทรวด ทรงไม่ดี ไม่น่าพอใจแม้ของบิดามารดา เปรียบเหมือนรูปที่ช่างเขียนผู้ไม่ ฉลาดสร้างขึ้น เป็นรูปวิกลบกพร่อง ไม่น่าพอใจฉะนั้น. อนึ่ง คนบางคน เมื่อทำกรรม ย่อมทำด้วยจิตที่เป็นญาณสัมปยุต กรรมนั้น. (ของเขา) เมื่อสร้างรูป ย่อมให้ความสมบูรณ์แห่งรูปสำหรับจักษุเป็นต้น สร้างแต่รูป ที่มีวรรณะงาม ทรวดทรงดี เหมือนประดับตกแต่งตัวแล้ว เปรียบเหมือน รูปที่ช่างเขียนผู้ฉลาดสร้างขึ้นเป็นรูปงาม ทรวดทรงดี เป็นที่น่าพอใจ ฉะนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ