เล่มที่ 26

ส่วนที่ 242

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 242 อ้างอิง: Book 26, Section 242 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ มาพิจารณา อยู่อย่างนี้ ย่อมหน่ายแม้ในผัสสะ ย่อมหน่ายแม้ในเวทนา ย่อมหน่าย แม้ในสัญญา ย่อมหน่ายแม้ในสังขารทั้งหลาย ย่อมหน่ายแม้ในวิญญาณ เมื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้น แล้ว ก็เกิดญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว และย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็น อย่างนี้มิได้มี ดังนี้แล. ใน อัสสุตวตาสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สุขเวทนียํ ได้แก่เป็นปัจจัยแห่งสุขเวทนา. บทว่า ผสฺสํ ได้แก่จักขุสัมผัสเป็นต้น. ถามว่า ก็จักขุสัมผัสไม่เป็นปัจจัยแก่สุขเวทนา มิใช่หรือ. แก้ว่าไม่เป็นปัจจัยโดยสหชาติปัจจัย แต่เป็นปัจจัยแก่ชวนะ เวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัย ซึ่งพระองค์ตรัสหมายเอาคำนั้น. แม้ในโสต- สัมผัสเป็นต้น ก็นัยนี้. บทว่า ตชฺชํ ได้แก่เกิดแต่เวทนานั้น คือสมควร แก่ผัสสะนั้น. อธิบายว่า สมควรแก่ผัสสะนั้น. บทว่า ทุกฺขเวทนียํ เป็นต้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล. บทว่า สงฺฆฏสโมธานา ได้แก่โดยการครูดสีกันและการรวมกัน อธิบายว่า โดยการเสียดสีและการ รวมกัน. บทว่า อุสฺมา ได้แก่อาการร้อน. บทว่า เตโช อภินิพฺพตฺตติ ความว่า ไม่ควรถือเอาว่า ลูกไฟย่อมออกไป. ก็บทว่า อุสฺมา นี้ เป็น ไวพจน์แห่งอาการร้อนนั่นเอง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฺวินฺนํ กฏฺ€านํ ได้แก่ ไม้สีไฟทั้งสอง. ในสองอย่างนั้น วัตถุเหมือนไม้สีไฟ อันล่าง อารมณ์เหมือนไม้สีไฟอันบน ผัสสะเหมือนการครูดสี เวทนา เหมือนธาตุไออุ่น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ