เล่มที่ 26
ส่วนที่ 197
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 197 อ้างอิง: Book 26, Section 197 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงวิวัฏฏะคือพระนิพพาน จึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล" เป็นอาทิ. ในพระบาลี นั้น บทว่า อวิชฺชา แปลว่า ความไม่รู้ในอริยสัจ ๔. บทว่า วิชฺชา ได้แก่ อรหัตมรรคญาณ. และในพระบาลีนี้ มีอธิบายว่า "เมื่อละอวิชชา ได้ก่อนแล้วนั่นแหละ วิชชาจึงเกิดขึ้น. เหมือนอย่างเมื่อมีความมืดอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ จะละความมืดได้ก็ด้วยการจุดประทีปให้ลุกโชติช่วง ฉันใด เมื่อวิชชาเกิดขึ้น. ก็พึงทราบว่าเป็นอันละอวิชชาได้ ฉันนั้น. บทว่า "ไม่ยึดมั่นอะไร ๆ ในโลก" ได้แก่ ไม่ยึดมั่น คือ ถือมั่นธรรม อะไร ๆ ในโลก. บทว่า "เมื่อไม่ยึดมั่น ก็ไม่สะดุ้งกลัว" อธิบายว่า เมื่อไม่ยึดมั่น เมื่อไม่ถือมั่น ก็ย่อมไม่สะดุ้งเพราะตัณหา ไม่สะดุ้งเพราะ กลัว ความว่า ย่อมไม่อยาก ไม่กลัว. บทว่า "เฉพาะตัวเท่านั้น" ได้แก่ ย่อมปรินิพพานด้วยตนเองเท่านั้นแหละ ไม่ปรินิพพานเพราะอานุภาพ ของผู้อื่น. ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงเริ่มคำนี้ว่า ภิกษุนั้น ถ้าเสวยสุขเวทนา. ตอบว่า ทรงเริ่มเพื่อแสดงการพิจารณา ของพระขีณาสพแล้วแสดงธรรมเครื่องอยู่เนืองนิจ. บทว่า "อันตนไม่ ยึดถือแล้วด้วยตัณหา" คือ อันตนไม่กล้ำกลืนเก็บยึดถือไว้ด้วยตัณหา. ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ เพราะเหตุใด จึงตรัสถึงทุกขเวทนา. ผู้ที่ เพลิดเพลินทุกขเวทนานั้นยังมีอยู่หรือไร. ตอบว่า ใช่ ยังมีอยู่ เพราะ ผู้ที่เพลิดเพลินความสุขอยู่นั่นแหละ ชื่อว่าย่อมเพลิดเพลินทุกข์ เพราะ ผู้ถึงทุกข์ปรารถนาความสุข และความสุขก็กลายเป็นทุกข์เพราะปรวนแปร. บทว่า "ที่ปรากฏทางกาย" คือ กำหนดได้ด้วยกาย. อธิบายว่า กาย คือทวาร ๕ ยังเป็นไปอยู่ตราบใด บุคคลย่อมเสวยเวทนาทางทวาร ๕ ที่เป็นไปแล้วอยู่ตราบนั้น. บทว่า "ที่ปรากฏทางชีวิต" ได้แก่ กำหนดได้ด้วยชีวิต. อธิบายว่า ชีวิตยังเป็นไปอยู่ตราบใด บุคคลย่อม เสวยเวทนาทางมโนทวารที่เป็นไปแล้วอยู่ตราบนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ