เล่มที่ 26

ส่วนที่ 151

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 151 อ้างอิง: Book 26, Section 151 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยใน ญาณวัตถุสูตรที่ ๓ ต่อไป. ข้อว่า " ตํ สุณาถ พวกเธอจงฟังญาณวัตถุนั้น" ได้แก่พวกเธอจงฟังการแสดงญาณวัตถุนั้น. ญาณนั่นเอง พื้งทราบว่า ญาณวัตถุ ในคำนี้ว่า าณวตฺถูนิ นี้. ใน ญาณ ๔ มี ชรามรณญาณ เป็นอาทิ ญาณที่ ๑ มี ๔ อย่างคือ สวนมยญาณ (ความรู้อันสำเร็จด้วยการฟัง ) สัมมสนญาณ (ความรู้อันเกิดจากการ พิจารณา) ปฏิเวธญาณ ( ความรู้อันเกิดจากการรู้แจ้งแทงตลอด) ปัจจเวกขณญาณ (ความรู้อันเกิดจากการพิจารณา ). ญาณที่ ๒ ก็เหมือน กัน. ส่วนญาณที่ ๓ เว้นสัมมสนญาณเสีย จึงมีเพียง ๓ อย่างเท่านั้น. ญาณที่ ๔ ก็เหมือนกัน เพราะว่า โนโลกุตรธรรม ย่อมไม่มี สัมม- สนญาณ. แม้ในคำว่า " ชาติยา าณํ ความรู้ในชาติ" เป็นต้น ก็มีนัยนี้แหละ. ข้อว่า " อิมินา ธมฺเมน ด้วยธรรมนี้" คือ ด้วย สัจธรรม ๔ นี้ หรือด้วยมรรคญาณธรรม. ในบทว่า ทิฏฺเ€น เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ทิฏฺเ€น ได้แก่อันตนเห็นแล้วด้วยญาณจักษุ ( ดวงตาคือปัญญา). บทว่า วิทิเตน ได้แก่รู้แล้วด้วยปัญญา. บทว่า " อกาลิเกน ให้ผลไม่มีกำหนดกาล" ได้แก่ให้ผลในลำดับแห่งการรู้แจ้งแทงตลอดไม่ละเลยกาลไรๆ เลย. บทว่า " ปตฺเตน ถึงแล้ว" แปลว่า บรรลุแล้ว. บทว่า " ปริโยคาฬฺเหน หยั่งรู้แล้ว คืออันตนหยั่งรู้แล้ว ได้แก่เข้าถึงด้วยปัญญา. บทว่า " อตี- ตานาคเต นยํ เนติ นำนัยในอดีตและอนาคตไป" ได้แก่นำนัยในอดีต และอนาคตไปโดยนัยมีอาทิว่า "สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง." ก็ในคำนี้ พระสารีบุตรเถระอาจนำนัยในอดีตและอนาคตไปด้วยสัจธรรม ๔ บ้าง ด้วยมรรคญาณธรรมบ้าง. ก็เมื่ออริยสัจ ๔ ก็ดี มรรคญาณก็ดี อันตนแทงตลอดแล้ว หลังจากนั้น ปัจจเวกขณญาณย่อมมี. พึงทราบ อธิบายว่า นำนัยไปด้วยปัจจเวกขณญาณนั้น. บทว่า อพฺภญฺึสุ แปลว่า ได้รู้แล้ว. คือ ทราบแล้ว. ข้อว่า " เสยฺยถาปิหํ เอตรหิ เหมือนอย่าง ที่เรารู้ในบัดนี้ " คือเหมือนอย่างเรารู้ด้วยยอำนาจอริยสัจ ๔ ในบัดนี้. บทว่า อนฺวเย าณํ ได้แก่ความรู้ในธรรมอันเหมาะสม คือ ความรู้ ในอันติดตามญาณในธรรม. คำว่า อนวยญาณ นี้ เป็นชื่อของปัจจ- เวกขณญาณ. ข้อว่า " ธมฺเม าณํ ได้แก่มรรคญาณ." เสขภูมิของ พระขีณาสพ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วในพระสูตรนี้ ด้วยประการ ฉะนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ