เล่มที่ 26
ส่วนที่ 132
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 132 อ้างอิง: Book 26, Section 132 ประเภท: section
เนื้อหา
ดูก่อน สารีบุตร เธอพึงเห็นเนื้อความของคำที่กล่าวโดยย่อนี้ โดย พิสดารได้อย่างนี้แล. พึงทราบวินิจฉัยใน ภูตมิทสูตรที่ ๑ แห่ง กฬารขัตติยวรรค ต่อไป. บทว่า " อชิตปญฺเห ในอชติปัญหา" ได้แก่ในปัญหาที่อชิตมาณพทูล ถามแล้ว. บทว่า " สงฺขาตธมฺมาเส ได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว" ได้แก่ผู้มี ธรรมอันรู้แล้ว คือมีธรรมอันตรัสรู้แล้ว มีธรรมอันชั่งแล้ว มีธรรมอัน ไตร่ตรองเสร็จแล้ว. บทว่า " เสกฺขา เสกขบุคคล" ได้แก่พระเสขะ ทั้ง ๗. บทว่า " ปุถู จำนวนมาก" คือ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหมาย เอาชน (พระเสขะ) ๗ พวกนั่นแหละ จึงตรัสว่า " ปุถู. " บทว่า " อิธ " คือในพระศาสนานี้. ในบทว่า นิปโก ปัญญา ท่านเรียกว่า เนปักกะ ผู้ประกอบด้วยปัญญานั้น ชื่อว่านิปกะ อชิตมาณพทูลวิงวอนว่า "ก็พระองค์ผู้ฉลาด ขอได้โปรดตรัสบอก." บทว่า " อิริยํ ซึ่งความ ประพฤติ" ได้แก่ความประพฤติ คือการปฏิบัติที่มีอาจาระความประ- พฤติดีเป็นแนวทางอยู่. อชิตมาณพกราบทูลเรียก พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า "ท่านผู้นิรทุกข์" ในอชิตปัญหานี้ มีความสังเขปดังนี้. "ข้าแต่ท่านผู้ นิรทุกข์ ผู้ฉลาด ท่านผู้มุ่งการปฏิบัติของพระเสขบุคคล และพระขีณาสพ ผู้ตรัสรู้ธรรมแล้ว อันข้าพเจ้าถามแล้ว ขอได้โปรดตรัสบอกแก่ข้าพเจ้า เถิด." คำว่า ตุณฺหี อโหสิ ได้นิ่งอยู่ ได้แก่พระสารีบุตรเถระ ถูกพระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งถามถึง ๓ ครั้ง เพราะเหตุใด จึงได้นิ่งอยู่. ถามว่า " คงจะสงสัยในปัญหาหรือไม่ก็สงสัยในพระอัธยาศัยของ พระผู้มี พระภาคเจ้า.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ